This is default featured slide 1 title

Go to Blogger edit html and find these sentences.Now replace these sentences with your own descriptions.

This is default featured slide 2 title

Go to Blogger edit html and find these sentences.Now replace these sentences with your own descriptions.

This is default featured slide 3 title

Go to Blogger edit html and find these sentences.Now replace these sentences with your own descriptions.

This is default featured slide 4 title

Go to Blogger edit html and find these sentences.Now replace these sentences with your own descriptions.

This is default featured slide 5 title

Go to Blogger edit html and find these sentences.Now replace these sentences with your own descriptions.

วันอังคารที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2569

เจาะลึก “กระบี่โมเดล” มิติใหม่ธรรมาภิบาล! ปรับแผนเฝ้าระวังทุจริตเชิงรุก ดันงบประมาณลงสู่ชุมชนเกาะกลางอย่างคุ้มค่า



คณะกรรมการธรรมาภิบาลจังหวัดกระบี่ (กธจ. กระบี่) ปรับกลยุทธ์ป้องกันทุจริตเชิงรุก เน้นฟังเสียงประชาชนก่อนเริ่มโครงการรัฐ ชูความสำเร็จโครงการท่าเทียบเรือเกาะกลาง จนคว้าเข็มเชิดชูเกียรติเครือข่ายต้นแบบระดับดีเด่นจาก ปปท.


ธรรมาภิบาลจังหวัดกระบี่ พลิกโฉมการตรวจสอบงบประมาณ

ปัญหาการทุจริตในโครงการภาครัฐมักถูกตรวจสอบเมื่อเกิดความเสียหายหรือโครงการล้มเหลวไปแล้ว แต่สำหรับ คณะกรรมการธรรมาภิบาลจังหวัดกระบี่ (กธจ.) ภายใต้การนำของ นายสิริธร จุนชู รองประธาน กธจ. กระบี่ ได้สร้างบรรทัดฐานใหม่ด้วยการเปลี่ยนบทบาทจากการ "สอดส่อง" เพียงอย่างเดียว เป็นการ "ร่วมผลักดัน" โครงการให้ตรงใจประชาชน

กลยุทธ์ 2 พาร์ท: หัวใจสำคัญของความโปร่งใส

กธจ. กระบี่ ได้ปรับแนวทางการทำงานออกเป็น 2 ส่วนหลัก เพื่อให้การใช้งบประมาณแผ่นดินเกิดประสิทธิภาพสูงสุด:

  1. การปรับแผนก่อนเริ่มงาน (Pre-Project): ลงพื้นที่สำรวจความต้องการของชาวบ้านและข้อติดขัดของหน่วยงานก่อนเริ่มก่อสร้าง เพื่อป้องกันปัญหา "สร้างแล้วทุบทิ้ง" หรือโครงการที่ไม่ถูกใช้งาน

  2. การสร้างความโปร่งใสขณะดำเนินงาน (Process): เปิดโอกาสให้ภาคประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการตรวจสอบทุกขั้นตอน เพื่อลดช่องว่างการทุจริต

"เราคิดล้ำว่าเราไม่ใช่แค่ตรวจตรวจสอบอย่างเดียว แต่เราจะทำอย่างไรให้งบประมาณที่ได้มา ต้องลงสู่พื้นที่จริงๆ ไม่ต้องคืนกลับไป"นายสิริธร จุนชู

กรณีศึกษา: โครงการสะพานท่าเทียบเรือคลองประสงค์ (เกาะกลาง)

จากการลงพื้นที่ บ้านเกาะกลาง ตำบลคลองประสงค์ อำเภอเมือง จังหวัดกระบี่ ซึ่งเป็นชุมชนชาวประมงที่สัญจรได้เฉพาะทางเรือ พบความสำเร็จที่เป็นรูปธรรมของโครงการ สะพานท่าเทียบเรือคลองประสงค์ มูลค่า 5 ล้านบาท และถนนจักรยานเพื่อการเกษตรและการท่องเที่ยว ซึ่งเกิดจากเสียงสะท้อนของชาวบ้านในพื้นที่อย่างแท้จริง

การันตีความสำเร็จด้วยรางวัลเครือข่ายต้นแบบ ปปท.

ด้วยการทำงานที่เน้น "ดัชนีความสุขของคนในพื้นที่" มากกว่าแค่ตัวเลขงบประมาณ ส่งผลให้คณะกรรมการธรรมาภิบาลจังหวัดกระบี่ ได้รับการคัดเลือกให้เป็น เครือข่ายต้นแบบในการป้องกันและเฝ้าระวังการทุจริต ประจำปีงบประมาณ 2566 ในระดับ "ดีเด่น" จากสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ปปท.)


สรุปเนื้อหาข่าว: การปรับแนวทางของธรรมาภิบาลจังหวัดกระบี่ ถือเป็นก้าวสำคัญของการบริหารราชการแผ่นดินที่โปร่งใส ตรวจสอบได้ และตอบโจทย์การพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างยั่งยืน

#ธรรมาภิบาลกระบี่ #ป้องกันทุจริต #งบประมาณภาครัฐ #จังหวัดกระบี่ #เกาะกลาง #ข่าวภาคใต้ #NBTภาคใต้ #ความโปร่งใส


.

 

วันเสาร์ที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2569

ระทึก! ภารกิจสยบ "พลายนำโชค" ช้างตกมันหลุดอาละวาดกลางป่ากระบี่ ทีมสัตวแพทย์เสี่ยงตายเข้าคุมสถานการณ์


 

กระบี่ – เกิดเหตุระทึกขวัญในพื้นที่ ต.เขาต่อ จังหวัดกระบี่ เมื่อ "พลายนำโชค" ช้างพลายวัย 25 ปี เกิดอาการตกมันอย่างรุนแรงจนหลุดจากการควบคุมและหนีเข้าป่า สร้างความหวาดวิตกให้กับชาวบ้านในพื้นที่ ทีมสัตวแพทย์และควานช้างต้องสนธิกำลังเข้าวางแผนสยบช้างคลั่งในภารกิจที่ต้องแลกด้วยชีวิต

วางแผนล้อมจับสุดระทึก

สัตวแพทย์หญิง (หมอโบว์) พร้อมทีมงานเดินทางเข้าพื้นที่ทันทีหลังได้รับแจ้ง โดยพบว่าพลายนำโชคอยู่ในอาการคึกคะนองและพร้อมเข้าโจมตีทุกคนที่เข้าใกล้ [01:02] ทีมงานต้องแบ่งกำลังออกเป็น 2 ชุด โดยชุดแรกทำหน้าที่เป็น "ตัวล่อ" ดึงความสนใจของช้างให้วิ่งไล่ เพื่อเปิดโอกาสให้คุณหมออ้อมไปด้านหลังเพื่อหาจังหวะยิงยาสึมในระยะ 20 เมตร [01:12], [01:48]

นาทีเฉียดตาย

จังหวะที่ยาสึมปักเข้าที่ก้นของช้าง พลายนำโชคได้หันกลับมาประจันหน้าและวิ่งเข้าใส่ทีมงานทันที ทำให้ทั้งคุณหมอและทีมงานต้องวิ่งหนีเอาชีวิตรอดอย่างทุลักทุเล [02:03], [02:14] ก่อนที่ยาจะเริ่มออกฤทธิ์ในเวลาต่อมาประมาณ 20 นาที จนช้างมีอาการสงบลงและอวัยวะเพศหย่อน ซึ่งเป็นสัญญาณว่ายาได้ผล [02:37]

ลุยโคลนข้ามคลอง ย้ายช้างสู่ที่ปลอดภัย

ความยากลำบากยังไม่จบเพียงเท่านี้ ทีมงานต้องเร่งย้ายพลายนำโชคไปยังหลักมัดที่แน่นหนา โดยต้องพาช้างที่ยังอยู่ในอาการสะลึมสะลือเดินลุยโคลนและข้ามคลอง ซึ่งมีความเสี่ยงว่าช้างอาจจะล้มหรือขึ้นฝั่งไม่ไหว [03:27] แต่สุดท้ายภารกิจก็สำเร็จลุล่วงด้วยดี พี่ควานช้างสามารถขึ้นคอเพื่อควบคุมทิศทางและทำการมัดโซ่ใหม่เพื่อป้องกันการหลุดซ้ำ [03:17], [03:46]

น้ำใจสัตวแพทย์ ช่วยฟรีไม่คิดเงิน

หลังภารกิจเสร็จสิ้น คุณหมอได้ฉีดยาแก้ฤทธิ์ยาสึมเพื่อให้ช้างฟื้นตัวภายใน 5 นาที [04:07] พร้อมเปิดเผยข้อมูลที่น่าประทับใจว่า แม้ค่ายาสึมและยาแก้จะมีราคาสูงถึงหลักหมื่นบาทต่อครั้ง แต่ทางทีมสัตวแพทย์ไม่เคยเก็บเงินจากเจ้าของช้างแม้แต่บาทเดียว และไม่รับเงินบริจาค โดยขอรับการสนับสนุนผ่านการอุดหนุนสินค้าของทางช่องแทน เพื่อนำรายได้มาใช้ในภารกิจช่วยช้างฟรีต่อไป [04:55]

ขณะนี้พลายนำโชคฟื้นตัวเป็นปกติและอยู่ในการดูแลอย่างใกล้ชิดของควานช้างในจุดที่ปลอดภัยแล้ว


ที่มา: YouTube - bowy18


 


วันศุกร์ที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2569

กระบี่ยันไม่กระทบ! นทท. ตะวันออกกลางตกค้างชั่วคราวหลังปิดน่านฟ้า ตร. คุมเข้มความมั่นคงทั่วไทย



กระบี่/กรุงเทพฯ – สถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางเริ่มส่งผลกระทบต่อการเดินทางทั่วโลก หลังสหรัฐฯ ร่วมกับอิสราเอลโจมตีอิหร่าน นำไปสู่การปิดน่านฟ้าและยกเลิกเที่ยวบินในบางเส้นทาง ส่งผลให้นักท่องเที่ยวชาวตะวันออกกลางบางส่วนในจังหวัดกระบี่ไม่สามารถเดินทางกลับได้ตามกำหนด

สรุปประเด็นสำคัญจากสถานการณ์:

  • ผลกระทบด้านการบิน: เที่ยวบินจากตะวันออกกลางที่เชื่อมต่อกับท่าอากาศยานนานาชาติกระบี่ โดยเฉพาะสายการบินหลักอย่างฟลายดูไบ (flydubai) ได้รับผลกระทบจากการปรับเปลี่ยนเส้นทางบินและการปิดน่านฟ้า ทำให้มีผู้โดยสารบางส่วนไม่สามารถเดินทางเข้าหรือออกจากพื้นที่ได้ตามแผน [01:25]

  • การดูแลนักท่องเที่ยว: แม้จะมีนักท่องเที่ยวตกค้างอยู่ในจังหวัดกระบี่ แต่ทางสายการบินได้จัดหาที่พักให้ตามมาตรฐานการดูแลผู้โดยสาร ซึ่งถือเป็นผลกระทบในระยะสั้นเท่านั้น [01:56]

  • ความเชื่อมั่นด้านการท่องเที่ยว: การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานกระบี่ ยืนยันว่าเหตุการณ์ดังกล่าวไม่กระทบต่อภาพรวมการท่องเที่ยวในพื้นที่ และทุกภาคส่วนพร้อมดูแลนักท่องเที่ยวอย่างเต็มที่ [02:06]

  • มาตรการความมั่นคง: สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้สั่งการให้เพิ่มความเข้มงวดในการเฝ้าระวังและยกระดับการติดตามข่าวสารด้านความมั่นคงทั่วประเทศ โดยมีการวางกำลังดูแลสถานที่ราชการ สถานที่สำคัญเชิงสัญลักษณ์ และแหล่งชุมชนที่มีผู้คนหนาแน่น เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนและนักท่องเที่ยว [02:15]

  • จับตาผลกระทบด้านเศรษฐกิจ: นอกจากเรื่องการท่องเที่ยวแล้ว สถานการณ์ดังกล่าวยังส่งผลกระทบเป็นวงกว้าง ทั้งเรื่องราคาน้ำมันและค่าครองชีพที่อาจพุ่งสูงขึ้น ซึ่งเป็นประเด็นที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิดรายวัน [00:14]

ทั้งนี้ กองทัพไทยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังเฝ้าติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินความเสี่ยงและเตรียมพร้อมรับมือกับผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อความสงบเรียบเรียงภายในประเทศ [02:57]

ที่มา: ดูแลเข้ม นทท. ชาวตะวันออกกลางเที่ยวกระบี่ On Air 5 มี.ค.69


 


วันพฤหัสบดีที่ 5 มีนาคม พ.ศ. 2569

ศรัทธาแรงกล้า! อธิการบดี ม.เฉลิมกาญจนา นำสาธุชนร่วมพิธีเททองและแห่ผ้าห่มพระมหาธาตุ ณ วัดคลองท่อม จ.กระบี่



กระบี่ – เมื่อวันที่ 4 มีนาคม 2569 ที่ผ่านมา ณ วัดคลองท่อม จังหวัดกระบี่ ได้มีการจัดงานบุญครั้งใหญ่ โดยมี ดร.สุชีรา นันโท อธิการบดีมหาวิทยาลัยเฉลิมกาญจนา เป็นประธานในพิธีร่วมกับเหล่าพุทธศาสนิกชนและสาธุชนจำนวนมาก เพื่อประกอบพิธีเททองหล่อพระและพิธีแห่ผ้าห่มพระมหาธาตุเจดีย์

ภายในงานเต็มไปด้วยบรรยากาศแห่งความเลื่อมใสศรัทธา มีการสวดพระพุทธคุณ สรรเสริญพระรัตนตรัยตลอดช่วงพิธีการ [00:05] โดยไฮไลท์สำคัญคือการที่พุทธศาสนิกชนพร้อมใจกันร่วมขบวนแห่ผ้าสีทองผืนยาวเพื่อนำไปห่มองค์พระมหาธาตุ ซึ่งทางวัดได้มีการประชาสัมพันธ์ให้ผู้ร่วมงานช่วยกันประคองผ้าอย่างเบามือและเดินไปพร้อมกันอย่างสงบ [00:56]

ดร.สุชีรา นันโท อธิการบดีมหาวิทยาลัยเฉลิมกาญจนา ได้กล่าวแสดงความยินดีที่ได้มาร่วมงานในครั้งนี้ โดยระบุว่าในปีนี้ทางวัดคลองท่อมจัดงานได้อย่างยิ่งใหญ่สมกับที่เป็นพุทธบริษัท [02:53] พร้อมทั้งกล่าวเชิญชวนให้พุทธศาสนิกชนร่วมกันสืบทอดและทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาให้มีความยั่งยืนและมั่นคงสืบต่อไป [03:09]

งานบุญในครั้งนี้ไม่เพียงแต่เป็นการสร้างพุทธรูปเพื่อเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจ แต่ยังเป็นการแสดงพลังศรัทธาของชาวพุทธในพื้นที่และใกล้เคียงที่ตั้งใจสืบสานประเพณีอันดีงามให้คงอยู่คู่จังหวัดกระบี่สืบไป


ข้อมูลจาก: TONGJUD KADHED NEWS

วิดีโออ้างอิง: คลิกชมวิดีโอที่นี่


 


วันพุธที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2569

ล่าสาววัยรุ่นแสบ! หลอกต่อผม-ทำเล็บ ร้านดังกระบี่ยันสยาม ก่อนใส่เกียร์หมาหนี สูญเงินรวมนับหมื่น

 


กระบี่ – เกิดเหตุวุ่นวายขึ้นที่ร้านเสริมสวย "เสริมสยาม" ซึ่งเป็นโรงเรียนสอนทำผมชื่อดังย่านถนนมหาราช จังหวัดกระบี่ เมื่อสาววัยรุ่นรายหนึ่งเข้ามาใช้บริการต่อผมยาวนานกว่า 3 ชั่วโมง คิดเป็นค่าบริการ 5,000 บาท แต่เมื่อทำเสร็จกลับใช้กลอุบายหลบหนีไปอย่างไร้ร่องรอย [00:09]

เปิดแผนประทุษกรรม "อ้างแม่โอน-ขอเข้าห้องน้ำ"

นายบุญเสริม สังฆพันธ์ หรือ "อาจารย์จอห์น" เจ้าของร้านวัย 47 ปี เล่าว่า หลังจากช่างต่อผมให้จนสวยงามเสร็จสิ้น สาววัยรุ่นคนดังกล่าวได้อ้างว่า "เดี๋ยวให้แม่โอนเงินจ่ายให้ แม่นั่งรออยู่ไม่ไกล" ก่อนจะขอตัวเข้าห้องน้ำชั่วคราว [00:21] แต่ในจังหวะที่ช่างเผลอ สาวแสบรายนี้กลับวิ่งพรวดออกจากห้องน้ำและวิ่งหนีออกไปจากร้านอย่างรวดเร็ว แม้ช่างจะพยายามวิ่งไล่ตามแต่ก็ไม่ทันกาล [00:29]

พบก่อเหตุซ้ำซ้อน โผล่ "สยามสแควร์" ก็โดนด้วย

เรื่องราวไม่ได้จบเพียงแค่นั้น เมื่อเจ้าของร้านนำเรื่องไปโพสต์เตือนภัยในโซเชียลมีเดีย กลับพบว่ามีผู้เสียหายรายอื่นที่เป็นพรรคพวกกันในวงการเสริมสวยย่านสยามสแควร์ กรุงเทพฯ ให้ข้อมูลว่าถูกสาวคนเดียวกันนี้หลอกลวงในลักษณะเดียวกัน [00:59] โดยก่อนหน้านี้ในเดือนกุมภาพันธ์ เธอได้ไปต่อขนตาและทำเล็บที่ร้านย่านสยามฯ รวมมูลค่า 3,600 บาท แล้ววิ่งหนีไปเช่นกัน [01:13]

เตือนภัยร้านเสริมสวย ระวังมิจฉาชีพในคราบลูกค้า

จากการตรวจสอบเบื้องต้น คาดว่าผู้ก่อเหตุน่าจะเป็นเยาวชนอายุไม่เกิน 18 ปี ซึ่งขณะนี้ยังไม่สามารถจับกุมตัวได้ ทางผู้เสียหายได้เข้าแจ้งความไว้ที่ สภ.เมืองกระบี่ แล้ว พร้อมฝากเตือนผู้ประกอบการร้านเสริมสวยให้เพิ่มความระมัดระวัง เพราะมิจฉาชีพรายนี้มีพฤติกรรมเลือกใช้บริการราคาแพงเพื่ออัปเกรดความสวยให้ตัวเองฟรีๆ ทั้งต่อผม ต่อขนตา และทำเล็บ โดยอาศัยความเร็วในการวิ่งหนีเป็นอาวุธ [01:32]


ข้อมูลจาก: รายงานข่าวช่อง Workpoint 23 (3 มีนาคม 2569)

รับชมวิดีโอ: https://www.youtube.com/watch?v=pHxVWHM6-Aw


 


วันอังคารที่ 3 มีนาคม พ.ศ. 2569

ไทยยกระดับความปลอดภัยขั้นสูงสุด! คุมเข้มรอบสถานกงสุลสหรัฐฯ-แหล่งท่องเที่ยว ยันไร้นักท่องเที่ยวตกค้างจากเหตุความขัดแย้งตะวันออกกลาง




เชียงใหม่/แม่ฮ่องสอน/กระบี่ – หน่วยงานความมั่นคงทั่วประเทศยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด หลังสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางตึงเครียดขึ้น โดยเน้นพื้นที่เชิงสัญลักษณ์และแหล่งท่องเที่ยวสำคัญที่มีชาวต่างชาติอาศัยอยู่หนาแน่น

คุมเข้มสถานกงสุลสหรัฐฯ เชียงใหม่ 24 ชั่วโมง

ที่จังหวัดเชียงใหม่ ตำรวจ สภ.แม่ปิง ได้เพิ่มความถี่ในการตรวจตราบริเวณโดยรอบสถานกงสุลใหญ่สหรัฐอเมริกาแห่งใหม่บนถนนซุปเปอร์ไฮเวย์ โดยจัดกำลังสายตรวจดูแลความเรียบร้อยตลอด 24 ชั่วโมง [00:30] ภายในสถานกงสุลมีการรักษาความปลอดภัยหลายชั้นและมีนาวิกโยธินสหรัฐฯ ประจำการอย่างแน่นหนา ขณะที่ชาวบ้านในละแวกใกล้เคียงยอมรับว่ามีความกังวลใจต่อสถานการณ์โลกที่เกิดขึ้น เนื่องจากอยู่ใกล้กับจุดยุทธศาสตร์ของสหรัฐฯ แต่ยังคงใช้ชีวิตและเปิดร้านอาหารตามปกติ [01:03]

ปาย-เกาะพะงัน เฝ้าระวังกลุ่มนักท่องเที่ยวคู่ขัดแย้ง

ที่อำเภอปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน ผู้ว่าราชการจังหวัดสั่งการให้ตำรวจเพิ่มมาตรการดูแลความปลอดภัยนักท่องเที่ยวชาวอิสราเอลและอิหร่านที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เดียวกัน [02:07] โดยมีการกระจายกำลังเจ้าหน้าที่แฝงตัวดูแลตามย่านที่พักและศาสนสถานของชาวอิสิวอย่างใกล้ชิด เช่นเดียวกับที่เกาะสมุยและเกาะพะงัน จังหวัดสุราษฎร์ธานี ที่มีการบูรณาการกำลังตำรวจท่องเที่ยวและชุดรักษาความปลอดภัยเข้าตรวจเยี่ยมจุดรวมกลุ่มของชาวอิสราเอลเพื่อป้องกันเหตุไม่คาดฝัน [02:37]

กระบี่เคลียร์ชัด "ไร้นักท่องเที่ยวตกค้าง" สนามบิน

ด้านจังหวัดกระบี่ พล.ต.ต. สุขเกษม นครวิลัย ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดกระบี่ เปิดเผยว่า หลังจากมีการยกเลิกเที่ยวบินจากตะวันออกกลาง ทางตำรวจได้ประสานงานกับตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) และสายการบิน เพื่ออำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยวที่ตกค้าง โดยมีการส่งตัวไปพักตามโรงแรมต่างๆ ในพื้นที่อ่าวนางจนหมดสิ้นแล้ว [03:29]

นอกจากนี้ ยังได้ผ่อนปรนมาตรการกวดขันจับกุมผู้ที่วีซ่าหมดอายุเนื่องจากเหตุสุดวิสัยที่ไม่สามารถเดินทางกลับประเทศได้ พร้อมสั่งการให้พื้นที่อ่าวนางเพิ่มความถี่ในการตรวจตราบุคคลและสถานที่เชิงสัญลักษณ์เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยวในพื้นที่ [04:10]


ที่มา: ชาวบ้านรอบสถานกงสุลใหญ่ฯ​ หวั่นสถานการณ์ | ห้องข่าวภาคเที่ยง