This is default featured slide 1 title

Go to Blogger edit html and find these sentences.Now replace these sentences with your own descriptions.

This is default featured slide 2 title

Go to Blogger edit html and find these sentences.Now replace these sentences with your own descriptions.

This is default featured slide 3 title

Go to Blogger edit html and find these sentences.Now replace these sentences with your own descriptions.

This is default featured slide 4 title

Go to Blogger edit html and find these sentences.Now replace these sentences with your own descriptions.

This is default featured slide 5 title

Go to Blogger edit html and find these sentences.Now replace these sentences with your own descriptions.

วันอาทิตย์ที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569

นาทีระทึก! กู้ภัยกระบี่ระดมกำลังช่วย 8 ชีวิต เรือประมงเครื่องยนต์ขัดข้อง ลอยลำกลางทะเลใกล้เกาะไก่




กระบี่ – เจ้าหน้าที่หลายหน่วยงานในจังหวัดกระบี่ สนธิกำลังออกปฏิบัติการค้นหาและช่วยเหลือลูกเรือประมง 8 ชีวิต หลังเกิดเหตุใบจักรท้ายเรือขาด ลอยลำเคว้งคว้งกลางทะเลลึก ท่ามกลางความวิตกกังวลของญาติพี่น้อง ล่าสุดช่วยเหลือกลับเข้าฝั่งได้อย่างปลอดภัยทุกคน

รายละเอียดเหตุการณ์:

เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อคืนวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2569 เวลาประมาณ 22:30 น. [00:14] สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) จังหวัดกระบี่ ได้รับแจ้งขอความช่วยเหลือจากเรือประมงพื้นบ้านที่ออกไปตักแมงกะพรุน [00:21] ประสบเหตุใบจักรท้ายเรือขาดและขาดการติดต่อ โดยพิกัดสุดท้ายที่ทราบคือลอยลำอยู่ห่างจากเกาะไก่ อำเภอเมืองกระบี่ ประมาณ 2 ไมล์ทะเล [00:27]

การปฏิบัติการช่วยเหลือ:

หลังรับแจ้งเหตุ ปภ.กระบี่ ได้ประสานงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ประกอบด้วย:

  • ศรชล. จังหวัดกระบี่

  • ศูนย์ควบคุมความมั่นคงท่าเรือกระบี่

  • อุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี

  • ศูนย์ป้องกันและปราบปรามประมงทะเลกระบี่

  • ทีมเรือของญาติผู้ประสบภัย [00:41]

เจ้าหน้าที่ได้เร่งระดมกำลังออกค้นหาอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งคืน จนกระทั่งเวลาประมาณ 04:20 น. ของวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2569 [00:54] ทีมกู้ภัยสามารถตรวจพบเรือลำดังกล่าวและเข้าช่วยเหลือลูกเรือทั้ง 8 คนได้สำเร็จ โดยทุกคนอยู่ในสภาพปลอดภัยและไม่มีอาการบาดเจ็บใดๆ [01:01]

บทสรุป:

เจ้าหน้าที่ได้นำตัวลูกเรือทั้งหมดกลับเข้าฝั่งอย่างปลอดภัยเป็นที่เรียบร้อย ส่วนเรือประมงที่ชำรุดเครื่องยนต์ขัดข้องนั้น จะมีการดำเนินการลากจูงกลับเข้าฝั่งในภายหลังต่อไป [01:06]


ที่มา: NEWS NBT PHUKET TV

URL: https://www.youtube.com/watch?v=hEUDxPB2BhY


 


วันเสาร์ที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569

ปลื้มปีติ! ในหลวงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานผ้าพระกฐิน ถวาย ณ วัดแก้วโกรวาราม จ.กระบี่ ประจำปี 2568



[จังหวัดกระบี่] – พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานผ้าพระกฐิน ให้หน่วยงาน/บุคคลอัญเชิญไปทอดถวายยังวัดพระอารามหลวงทั่วประเทศ โดยในส่วนของจังหวัดกระบี่ ได้มีการจัดพิธีถวายผ้าพระกฐินพระราชทาน ประจำปีพุทธศักราช 2568 ณ วัดแก้วโกรวาราม พระอารามหลวง ตำบลปากน้ำ อำเภอเมือง จังหวัดกระบี่

รายละเอียดพิธีการ:

ภายในพิธีประกอบด้วยความสิริมงคลและความสมัครสมานสามัคคีของพุทธศาสนิกชน โดยมีลำดับขั้นตอนดังนี้:

  • การอัญเชิญผ้าพระกฐิน: อัญเชิญผ้าพระกฐินพระราชทานเข้าสู่พระอุโบสถอย่างสมพระเกียรติ [00:15]

  • พิธีสงฆ์: ประธานในพิธีจุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย และกล่าวคำถวายผ้าพระกฐินพระราชทาน [01:20] โดยมีคณะสงฆ์วัดแก้วโกรวารามร่วมประกอบพิธีกรรมตามพระวินัยบัญญัติ

  • การถวายจตุปัจจัย: พุทธศาสนิกชนและผู้มีจิตศรัทธาได้ร่วมกันปวารณาถวายจตุปัจจัยเพื่อทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา และสมทบทุนในการบูรณปฏิสังขรณ์พระอาราม รวมถึงสนับสนุนกิจกรรมการศึกษาของคณะสงฆ์ [05:40]

บรรยากาศในงาน:

บรรยากาศเป็นไปอย่างอย่างถ้อยทีถ้อยอาศัยและเปี่ยมด้วยศรัทธา มีข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ หัวหน้าส่วนราชการ พ่อค้า และประชาชนชาวจังหวัดกระบี่เข้าร่วมพิธีเป็นจำนวนมาก เพื่อร่วมสืบสานประเพณีทอดกฐินอันดีงามและแสดงออกถึงความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ [08:12]

ทั้งนี้ วัดแก้วโกรวาราม ถือเป็นวัดสำคัญและเป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวกระบี่ การได้รับพระราชทานผ้าพระกฐินในครั้งนี้ นำมาซึ่งความปลาบปลื้มปีติแก่พสกนิกรในพื้นที่อย่างหาที่สุดมิได้


ที่มา: พิธีถวายผ้าพระกฐิน พระราชทาน ประจำปี ๒๕๖๘ วัดแก้วโกรวาราม พระอารามหลวง จังหวัดกระบี่


 


วันศุกร์ที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569

ผู้ตรวจราชการเกษตรฯ ลงพื้นที่กระบี่ ติดตามงบปี 69 ชู “โมเดลเศรษฐกิจพอเพียง” พลิกฟื้นที่ดิน คทช. สร้างรายได้ยั่งยืน

 


[จังหวัดกระบี่] – เมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2569 นายสุรชัย ยุชนะ ผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เขตตรวจราชการที่ 6 ลงพื้นที่จังหวัดกระบี่ เพื่อติดตามความก้าวหน้าการดำเนินงานตามแผนการตรวจราชการประจำปีงบประมาณ 2569 รอบที่ 1 (Project and Progress Review) โดยมีเป้าหมายหลักในการขับเคลื่อนนโยบายเกษตรและแก้ไขปัญหาในพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรม [00:02]

เร่งติดตามงานบูรณาการและหารือผู้ว่าฯ

ในช่วงเช้า นายสุรชัย ได้เป็นประธานการประชุมร่วมกับเกษตรและสหกรณ์จังหวัดกระบี่ และหัวหน้าส่วนราชการในสังกัด เพื่อติดตามผลการดำเนินงาน ปัญหาอุปสรรคที่ผ่านมา รวมถึงแนวทางการแก้ไขปัญหาระดับพื้นที่ และความต้องการความช่วยเหลือจากระดับนโยบาย [00:24] นอกจากนี้ยังได้เข้าพบ นายอังกูล ศีลเทวากูล ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ เพื่อหารือข้อราชการด้านการเกษตรและสหกรณ์ของจังหวัดให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน [00:53]

ชู “แปลงต้นแบบเศรษฐกิจพอเพียง” สร้างอาชีพชุมชน

ไฮไลท์สำคัญของการลงพื้นที่ครั้งนี้ คือการเยี่ยมชมโครงการจัดที่ดินทำกินให้ชุมชนตามนโยบายรัฐบาล (คทช.) ณ แปลงหมายเลข 601 ตำบลกระบี่น้อย ซึ่งเป็นแปลงต้นแบบเศรษฐกิจพอเพียงของ นางวิไลทิพย์ รักช่วย [01:15]

พื้นที่ดังกล่าวได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานการปฏิรูปที่ดินจังหวัดกระบี่ (ส.ป.ก.) โดยจัดสรรที่ดินประมาณ 2 ไร่เศษให้เกษตรกรใช้เป็นที่อยู่อาศัยและทำเกษตรกรรม พร้อมทั้งส่งเสริมการพัฒนาอาชีพจนเกษตรกรสามารถพึ่งพาตนเองได้ [01:34] ปัจจุบันมีการรวมกลุ่มอาชีพที่เข้มแข็งเพื่อเพิ่มมูลค่าสินค้าชุมชน อาทิ:

  • กลุ่มจักสาน

  • กลุ่มผู้ปลูกกล้วย

  • กลุ่มเครื่องแกงตำมือ

  • กลุ่มเลี้ยงผึ้ง

การดำเนินการดังกล่าวไม่เพียงแต่ช่วยยกระดับรายได้และมาตรฐานผลิตภัณฑ์ของชุมชน แต่ยังช่วยสร้างความเข้มแข็งให้แก่สหกรณ์การเกษตรในพื้นที่อย่างยั่งยืนอีกด้วย [01:51]


ที่มา: การลงพื้นที่ติดตามความก้าวหน้าผลการดำเนินงานตามแผนการตรวจราชการฯ ประจำปีงบประมาณ 2569 จังหวัดกระบี่



วันอาทิตย์ที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569

เคราะห์ซ้ำกรรมซัด! หนุ่มขี่ จยย. ชนหมาบาดเจ็บ กู้ภัยกำลังช่วย สุดท้ายถูกกระบะ "เมาขับ" พุ่งชนซ้ำจนเสียชีวิต



กระบี่ – เกิดเหตุสลดบนถนนสายอ่าวลึก-แหลมศักดิ์ จังหวัดกระบี่ เมื่อช่วงดึกของวันที่ 11 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา เมื่อชายวัย 40 ปี รายหนึ่งเพิ่งเสร็จสิ้นจากการร่วมงานบวชและกำลังขี่รถจักรยานยนต์กลับบ้าน แต่เกิดอุบัติเหตุพุ่งชนสุนัขจนเสียชีวิต ส่วนเจ้าตัวได้รับบาดเจ็บนอนรอการช่วยเหลืออยู่บนถนน [00:00]

ในขณะที่เจ้าหน้าที่กู้ภัยกำลังเร่งให้การปฐมพยาบาลเบื้องต้นอยู่ ณ จุดเกิดเหตุ ซึ่งมีการเปิดไฟสัญญาณเตือนจากรถกู้ภัยไว้อย่างชัดเจน กล้องหน้ารถของกู้ภัยสามารถบันทึกนาทีระทึกไว้ได้ เมื่อมีรถกระบะคันหนึ่งพุ่งตรงเข้ามาด้วยความเร็ว ทำให้เจ้าหน้าที่และชาวบ้านที่อยู่บริเวณนั้นต้องกระโดดหลบกันวุ่น [00:32]

ทว่า นายมนตรี (สงวนนามสกุล) อายุ 40 ปี ผู้บาดเจ็บที่นอนอยู่บนถนนไม่สามารถหลบได้ทัน จึงถูกรถกระบะคันดังกล่าวพุ่งชนเข้าอย่างจังจนเสียชีวิตในที่เกิดเหตุทันที นอกจากนี้ยังมีรถจักรยานยนต์และรถของชาวบ้านได้รับความเสียหายตกไปข้างทางอีกด้วย [00:45]

จากการตรวจสอบเบื้องต้น ทราบชื่อคนขับรถกระบะคือ นางสาวสารินี อายุ 45 ปี ซึ่งอยู่ในอาการมึนเมา โดยให้การว่าเพิ่งกลับมาจากงานเลี้ยง เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงทำการตรวจวัดระดับแอลกอฮอล์ พบว่าสูงถึง 93 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ ซึ่งเกินกว่ากฎหมายกำหนด [01:05]

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ควบคุมตัวคนขับรถกระบะรายนี้ไปดำเนินคดีตามกฎหมาย ในข้อหาขับรถในขณะมึนเมาเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายต่อไป [01:18]


ที่มา: ชาย ขี่ จยย.ชนหมา ถูกระบะเมาชนซ้ำดับ | ตลาดข่าว - ข่าวเช้าเวิร์คพอยท์ | 14 ก.พ. 69


 


วันเสาร์ที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569

ระทึก! สุราษฎร์ฯ แผ่นดินไหว 9 ครั้งซ้อน ผู้เชี่ยวชาญชี้ "รอยเลื่อนคลองมะรุ่ย" ปล่อยพลัง ยันยังไม่กระทบโครงสร้างและเขื่อนใหญ่



สุราษฎร์ธานี – ชาวบ้านในพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานีตกอยู่ในอาการหวาดผวา หลังเกิดเหตุแผ่นดินไหวต่อเนื่องถึง 9 ครั้ง ภายในระยะเวลาเพียง 2 วัน โดยหวั่นเกรงว่าแรงสั่นสะเทือนจะส่งผลให้บ้านเรือนและสิ่งปลูกสร้างพังถล่มลงมา [00:00]

ผู้เชี่ยวชาญยันโครงสร้างอาคารยังปลอดภัย

ศ.ดร.อมร พิมานมาศ นายกสมาคมวิศวกรโครงสร้างแห่งประเทศไทย ได้ออกมาให้ข้อมูลเพื่อคลายความกังวล โดยระบุว่าเหตุแผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นมีขนาดประมาณ 1.9 - 3.2 ซึ่งถือว่ายังไม่รุนแรงถึงขั้นส่งผลกระทบต่อโครงสร้างอาคารในพื้นที่ [00:21] ทั้งนี้ เกณฑ์ที่จะเริ่มส่งผลกระทบต่ออาคารจะต้องมีความรุนแรงตั้งแต่ขนาด 4-5 ขึ้นไป และต้องพิจารณาความแข็งแรงของตัวอาคารแต่ละแห่งประกอบด้วย [00:39]

สาเหตุจาก "รอยเลื่อนคลองมะรุ่ย" ปล่อยพลัง

สำหรับสาเหตุของแผ่นดินไหวครั้งนี้ เกิดจากการเคลื่อนตัวของ "รอยเลื่อนคลองมะรุ่ย" ซึ่งเป็น 1 ใน 16 กลุ่มรอยเลื่อนที่มีพลังในประเทศไทย [00:50] โดยรอยเลื่อนนี้ครอบคลุมพื้นที่หลายจังหวัดในภาคใต้ ได้แก่ สุราษฎร์ธานี (ซึ่งเป็นจุดศูนย์กลางในครั้งนี้), กระบี่, พังงา และภูเก็ต จึงจำเป็นต้องมีการเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดต่อไป [00:55]

กฟผ. ยืนยัน "เขื่อนรัชประภา" ยังมั่นคง

ทางด้านการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ได้ตรวจสอบและยืนยันว่า แรงสั่นสะเทือนที่เกิดขึ้นไม่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงแข็งแรงของเขื่อนรัชประภาแต่อย่างใด โดยเจ้าหน้าที่ยังคงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดเพื่อความปลอดภัยสูงสุดของประชาชน [01:07]


ที่มา: เตือนเฝ้าระวัง รอยเลื่อนคลองมะรุ่ย แผ่นดินไหวภาคใต้ | เช้านี้ที่หมอชิต

 



วันศุกร์ที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569

ตะลึง "สระมรกต" อัญมณีกลางพงไพร หัวใจแห่งป่าเขาประ-บางคราม ชวนเที่ยวเชิงนิเวศ สัมผัสธรรมชาติอันล้ำค่า

 


กระบี่ – หากเอ่ยถึงจังหวัดกระบี่ หลายคนอาจนึกถึงเพียงท้องทะเลและหาดทรายขาว แต่ลึกลงไปในพื้นที่อำเภอคลองท่อม ยังมีขุมทรัพย์ทางธรรมชาติที่เงียบสงบและงดงามราวกับอัญมณีซ่อนตัวอยู่ นั่นคือ "สระมรกต" ภายในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาประ-บางคราม แหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศที่สำคัญและเป็นสัญลักษณ์แห่งการอนุรักษ์

ย้อนรอยผืนป่า จากสัมปทานสู่เขตวิจัยนกแต้วแล้วท้องดำ

คุณวิทักษ์ แก้วพลอย หรือ "พี่นก" เจ้าหน้าที่ประจำเขตฯ เล่าว่าในอดีตพื้นที่แห่งนี้เคยผ่านการสัมปทานทำไม้จนผืนป่าลดลง แต่ด้วยวิสัยทัศน์ของผู้นำชุมชนในขณะนั้นที่ช่วยกันกันพื้นที่ไว้ ทำให้ในปี พ.ศ. 2530 ได้ประกาศเป็นเขตห้ามล่าสัตว์ป่า และยกฐานะเป็นเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าในปี พ.ศ. 2535-2536 โดยความโดดเด่นของที่นี่เริ่มเป็นที่รู้จักไปทั่วโลกเมื่อมีการค้นพบ "นกแต้วแล้วท้องดำ" นกหายากที่เคยพบมากถึง 30-40 คู่ในอดีต [01:10]

สัมผัสเส้นทางศึกษาธรรมชาติและสระน้ำมหัศจรรย์

การเดินทางเข้าสู่สระมรกต นักท่องเที่ยวต้องเดินเท้าผ่านเส้นทางศึกษาธรรมชาติที่ร่มรื่น ระหว่างทางจะพบกับ:

  • สระแก้ว: สระน้ำใสที่รับน้ำต่อมาจากสระมรกต แม้จะดูสวยงามแต่ห้ามลงเล่นเนื่องจากพื้นล่างเป็นโคลนตมที่อาจเกิดอันตรายได้ [03:14]

  • ป่าทุ่งเตียว: ผืนป่าพรูที่หาดูได้ยาก มีพรรณไม้เด่นที่มีความสำคัญทางระบบนิเวศ [03:23]

  • สระมรกต: ไฮไลท์สำคัญคือสระน้ำสีเขียวอมฟ้าใสกระจ่างใจกลางป่า ซึ่งเกิดจากลักษณะทางธรณีวิทยาที่เป็นเทือกเขาหินปูน ทำให้น้ำมีสีสันสวยงามและเปลี่ยนเฉดได้ตามแสงแดด นักท่องเที่ยวสามารถลงเล่นน้ำในจุดนี้ได้ด้วยความลึกประมาณ 1.5 เมตร [04:03]

ต้นกำเนิดแห่งสีสัน "สระน้ำผุด"

ห่างออกไปอีกประมาณ 600 เมตร คือ "สระน้ำผุด" ซึ่งเป็นต้นน้ำที่แท้จริงของสระมรกต เป็นน้ำพุร้อนที่ผุดขึ้นจากใต้ดิน มีสีฟ้าสดใสอุณหภูมิประมาณ 30-50 องศาเซลเซียส จุดนี้ถือเป็นเขตหวงห้ามไม่ให้ลงเล่นน้ำเพื่อรักษาระบบนิเวศอันเปราะบางไว้ให้คงเดิม [05:05]

ท่องเที่ยวด้วยหัวใจอนุรักษ์

เจ้าหน้าที่เน้นย้ำว่า การมาเยือนเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าแตกต่างจากการเที่ยววนอุทยานทั่วไป นักท่องเที่ยวต้องปฏิบัติตามกฎระเบียบอย่างเคร่งครัด ไม่ทำลายทรัพยากรธรรมชาติ เพื่อให้ "หัวใจแห่งเขาประ-บางคราม" ยังคงเต้นและมอบความงดงามให้แก่ผู้มาเยือนรุ่นต่อๆ ไป [05:40]

สำหรับผู้ที่สนใจสัมผัสความงามของสระมรกต แนะนำให้เดินทางมาในช่วงเช้า ซึ่งจะเป็นช่วงที่น้ำใสที่สุดและหลีกเลี่ยงความแออัดของนักท่องเที่ยวได้ดีที่สุด [04:28]


ชมวิดีโอเพิ่มเติม: สระมรกต อัญมณีพงไพร หัวใจแห่งเขาประ-บางคราม