กระบี่ (20 มีนาคม 2569) – ผู้อำนวยการโรงพยาบาลกระบี่ เผยมาตรการบริหารจัดการพลังงาน รับมือน้ำมันแพงและวิกฤติพลังงาน ชูระบบการแพทย์ทางไกล (Telemedicine) ลดการเดินทาง พร้อมสำรองเวชภัณฑ์และน้ำมันปั่นไฟสำรองรองรับเหตุฉุกเฉิน
บริหารจัดการน้ำมันเชื้อเพลิง เพื่อการส่งต่อผู้ป่วยฉุกเฉิน
นายแพทย์สุรัตน์ ตันติทวีวรกุล ผู้อำนวยการโรงพยาบาลกระบี่ เปิดเผยว่า จากสถานการณ์วิกฤติพลังงานที่เกิดขึ้น โรงพยาบาลได้วางแผนบริหารจัดการอย่างรัดกุมเพื่อรักษามาตรฐานการบริการ โดยเฉพาะ การส่งต่อผู้ป่วย (Refer) ไปยังโรงพยาบาลศักยภาพสูง เช่น:
โรงพยาบาลวชิระภูเก็ต จ.ภูเก็ต
โรงพยาบาลสงขลานครินทร์ (ม.อ.) จ.สงขลา
โดยโรงพยาบาลได้จัดลำดับความสำคัญให้ รถพยาบาลฉุกเฉิน ได้รับน้ำมันเชื้อเพลิงเป็นอันดับแรก และประสานสถานีบริการน้ำมันคู่สัญญาให้พร้อมจ่ายน้ำมันทันทีตลอด 24 ชั่วโมง
ยกระดับความมั่นคงด้านเวชภัณฑ์ ชูยาสมุนไพรไทยลดการนำเข้า
ในส่วนของการสำรองเวชภัณฑ์ โรงพยาบาลกระบี่ได้ดำเนินการตามนโยบายกระทรวงสาธารณสุข ดังนี้:
คลังยาสำรอง: ปัจจุบันมีสำรองไว้ใช้ 2 เดือน และกำลังขยับเป้าหมายเป็น 3 เดือน
นวัตกรรมการรักษา: นำระบบ การแพทย์ทางไกล (Telemedicine) มาใช้เพื่อลดการเดินทางของผู้ป่วยและการส่งต่อที่ไม่จำเป็น
สนับสนุนสมุนไพรไทย: เสนอให้ใช้ยาสมุนไพรทดแทนยาแผนตะวันตกในกลุ่มโรคที่เหมาะสม เพื่อลดภาระการนำเข้าเคมีภัณฑ์จากต่างประเทศ
แผนสำรองพลังงานในห้องผ่าตัดและห้องฉุกเฉิน
สำหรับระบบไฟฟ้าสำรองซึ่งมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อ ห้องผ่าตัดและห้องฉุกเฉิน โรงพยาบาลกระบี่จำเป็นต้องใช้น้ำมันสำหรับเครื่องปั่นไฟ 800 - 1,700 ลิตรต่อวัน
"ปัจจุบันเรามีน้ำมันสำรองใช้กรณีไฟดับเพียง 1 วัน จึงเตรียมประสานขอการสนับสนุนเครื่องสำรองไฟฟ้าเพิ่มเติมจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค เพื่อสร้างความมั่นใจว่าระบบช่วยชีวิตจะทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพหากเกิดเหตุขัดข้อง" นายแพทย์สุรัตน์ กล่าวทิ้งท้าย

















