This is default featured slide 1 title

Go to Blogger edit html and find these sentences.Now replace these sentences with your own descriptions.

This is default featured slide 2 title

Go to Blogger edit html and find these sentences.Now replace these sentences with your own descriptions.

This is default featured slide 3 title

Go to Blogger edit html and find these sentences.Now replace these sentences with your own descriptions.

This is default featured slide 4 title

Go to Blogger edit html and find these sentences.Now replace these sentences with your own descriptions.

This is default featured slide 5 title

Go to Blogger edit html and find these sentences.Now replace these sentences with your own descriptions.

วันอาทิตย์ที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569

เคราะห์ซ้ำกรรมซัด! หนุ่มขี่ จยย. ชนหมาบาดเจ็บ กู้ภัยกำลังช่วย สุดท้ายถูกกระบะ "เมาขับ" พุ่งชนซ้ำจนเสียชีวิต



กระบี่ – เกิดเหตุสลดบนถนนสายอ่าวลึก-แหลมศักดิ์ จังหวัดกระบี่ เมื่อช่วงดึกของวันที่ 11 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา เมื่อชายวัย 40 ปี รายหนึ่งเพิ่งเสร็จสิ้นจากการร่วมงานบวชและกำลังขี่รถจักรยานยนต์กลับบ้าน แต่เกิดอุบัติเหตุพุ่งชนสุนัขจนเสียชีวิต ส่วนเจ้าตัวได้รับบาดเจ็บนอนรอการช่วยเหลืออยู่บนถนน [00:00]

ในขณะที่เจ้าหน้าที่กู้ภัยกำลังเร่งให้การปฐมพยาบาลเบื้องต้นอยู่ ณ จุดเกิดเหตุ ซึ่งมีการเปิดไฟสัญญาณเตือนจากรถกู้ภัยไว้อย่างชัดเจน กล้องหน้ารถของกู้ภัยสามารถบันทึกนาทีระทึกไว้ได้ เมื่อมีรถกระบะคันหนึ่งพุ่งตรงเข้ามาด้วยความเร็ว ทำให้เจ้าหน้าที่และชาวบ้านที่อยู่บริเวณนั้นต้องกระโดดหลบกันวุ่น [00:32]

ทว่า นายมนตรี (สงวนนามสกุล) อายุ 40 ปี ผู้บาดเจ็บที่นอนอยู่บนถนนไม่สามารถหลบได้ทัน จึงถูกรถกระบะคันดังกล่าวพุ่งชนเข้าอย่างจังจนเสียชีวิตในที่เกิดเหตุทันที นอกจากนี้ยังมีรถจักรยานยนต์และรถของชาวบ้านได้รับความเสียหายตกไปข้างทางอีกด้วย [00:45]

จากการตรวจสอบเบื้องต้น ทราบชื่อคนขับรถกระบะคือ นางสาวสารินี อายุ 45 ปี ซึ่งอยู่ในอาการมึนเมา โดยให้การว่าเพิ่งกลับมาจากงานเลี้ยง เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงทำการตรวจวัดระดับแอลกอฮอล์ พบว่าสูงถึง 93 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ ซึ่งเกินกว่ากฎหมายกำหนด [01:05]

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ควบคุมตัวคนขับรถกระบะรายนี้ไปดำเนินคดีตามกฎหมาย ในข้อหาขับรถในขณะมึนเมาเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายต่อไป [01:18]


ที่มา: ชาย ขี่ จยย.ชนหมา ถูกระบะเมาชนซ้ำดับ | ตลาดข่าว - ข่าวเช้าเวิร์คพอยท์ | 14 ก.พ. 69


 


วันเสาร์ที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569

ระทึก! สุราษฎร์ฯ แผ่นดินไหว 9 ครั้งซ้อน ผู้เชี่ยวชาญชี้ "รอยเลื่อนคลองมะรุ่ย" ปล่อยพลัง ยันยังไม่กระทบโครงสร้างและเขื่อนใหญ่



สุราษฎร์ธานี – ชาวบ้านในพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานีตกอยู่ในอาการหวาดผวา หลังเกิดเหตุแผ่นดินไหวต่อเนื่องถึง 9 ครั้ง ภายในระยะเวลาเพียง 2 วัน โดยหวั่นเกรงว่าแรงสั่นสะเทือนจะส่งผลให้บ้านเรือนและสิ่งปลูกสร้างพังถล่มลงมา [00:00]

ผู้เชี่ยวชาญยันโครงสร้างอาคารยังปลอดภัย

ศ.ดร.อมร พิมานมาศ นายกสมาคมวิศวกรโครงสร้างแห่งประเทศไทย ได้ออกมาให้ข้อมูลเพื่อคลายความกังวล โดยระบุว่าเหตุแผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นมีขนาดประมาณ 1.9 - 3.2 ซึ่งถือว่ายังไม่รุนแรงถึงขั้นส่งผลกระทบต่อโครงสร้างอาคารในพื้นที่ [00:21] ทั้งนี้ เกณฑ์ที่จะเริ่มส่งผลกระทบต่ออาคารจะต้องมีความรุนแรงตั้งแต่ขนาด 4-5 ขึ้นไป และต้องพิจารณาความแข็งแรงของตัวอาคารแต่ละแห่งประกอบด้วย [00:39]

สาเหตุจาก "รอยเลื่อนคลองมะรุ่ย" ปล่อยพลัง

สำหรับสาเหตุของแผ่นดินไหวครั้งนี้ เกิดจากการเคลื่อนตัวของ "รอยเลื่อนคลองมะรุ่ย" ซึ่งเป็น 1 ใน 16 กลุ่มรอยเลื่อนที่มีพลังในประเทศไทย [00:50] โดยรอยเลื่อนนี้ครอบคลุมพื้นที่หลายจังหวัดในภาคใต้ ได้แก่ สุราษฎร์ธานี (ซึ่งเป็นจุดศูนย์กลางในครั้งนี้), กระบี่, พังงา และภูเก็ต จึงจำเป็นต้องมีการเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดต่อไป [00:55]

กฟผ. ยืนยัน "เขื่อนรัชประภา" ยังมั่นคง

ทางด้านการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ได้ตรวจสอบและยืนยันว่า แรงสั่นสะเทือนที่เกิดขึ้นไม่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงแข็งแรงของเขื่อนรัชประภาแต่อย่างใด โดยเจ้าหน้าที่ยังคงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดเพื่อความปลอดภัยสูงสุดของประชาชน [01:07]


ที่มา: เตือนเฝ้าระวัง รอยเลื่อนคลองมะรุ่ย แผ่นดินไหวภาคใต้ | เช้านี้ที่หมอชิต

 



วันศุกร์ที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569

ตะลึง "สระมรกต" อัญมณีกลางพงไพร หัวใจแห่งป่าเขาประ-บางคราม ชวนเที่ยวเชิงนิเวศ สัมผัสธรรมชาติอันล้ำค่า

 


กระบี่ – หากเอ่ยถึงจังหวัดกระบี่ หลายคนอาจนึกถึงเพียงท้องทะเลและหาดทรายขาว แต่ลึกลงไปในพื้นที่อำเภอคลองท่อม ยังมีขุมทรัพย์ทางธรรมชาติที่เงียบสงบและงดงามราวกับอัญมณีซ่อนตัวอยู่ นั่นคือ "สระมรกต" ภายในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาประ-บางคราม แหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศที่สำคัญและเป็นสัญลักษณ์แห่งการอนุรักษ์

ย้อนรอยผืนป่า จากสัมปทานสู่เขตวิจัยนกแต้วแล้วท้องดำ

คุณวิทักษ์ แก้วพลอย หรือ "พี่นก" เจ้าหน้าที่ประจำเขตฯ เล่าว่าในอดีตพื้นที่แห่งนี้เคยผ่านการสัมปทานทำไม้จนผืนป่าลดลง แต่ด้วยวิสัยทัศน์ของผู้นำชุมชนในขณะนั้นที่ช่วยกันกันพื้นที่ไว้ ทำให้ในปี พ.ศ. 2530 ได้ประกาศเป็นเขตห้ามล่าสัตว์ป่า และยกฐานะเป็นเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าในปี พ.ศ. 2535-2536 โดยความโดดเด่นของที่นี่เริ่มเป็นที่รู้จักไปทั่วโลกเมื่อมีการค้นพบ "นกแต้วแล้วท้องดำ" นกหายากที่เคยพบมากถึง 30-40 คู่ในอดีต [01:10]

สัมผัสเส้นทางศึกษาธรรมชาติและสระน้ำมหัศจรรย์

การเดินทางเข้าสู่สระมรกต นักท่องเที่ยวต้องเดินเท้าผ่านเส้นทางศึกษาธรรมชาติที่ร่มรื่น ระหว่างทางจะพบกับ:

  • สระแก้ว: สระน้ำใสที่รับน้ำต่อมาจากสระมรกต แม้จะดูสวยงามแต่ห้ามลงเล่นเนื่องจากพื้นล่างเป็นโคลนตมที่อาจเกิดอันตรายได้ [03:14]

  • ป่าทุ่งเตียว: ผืนป่าพรูที่หาดูได้ยาก มีพรรณไม้เด่นที่มีความสำคัญทางระบบนิเวศ [03:23]

  • สระมรกต: ไฮไลท์สำคัญคือสระน้ำสีเขียวอมฟ้าใสกระจ่างใจกลางป่า ซึ่งเกิดจากลักษณะทางธรณีวิทยาที่เป็นเทือกเขาหินปูน ทำให้น้ำมีสีสันสวยงามและเปลี่ยนเฉดได้ตามแสงแดด นักท่องเที่ยวสามารถลงเล่นน้ำในจุดนี้ได้ด้วยความลึกประมาณ 1.5 เมตร [04:03]

ต้นกำเนิดแห่งสีสัน "สระน้ำผุด"

ห่างออกไปอีกประมาณ 600 เมตร คือ "สระน้ำผุด" ซึ่งเป็นต้นน้ำที่แท้จริงของสระมรกต เป็นน้ำพุร้อนที่ผุดขึ้นจากใต้ดิน มีสีฟ้าสดใสอุณหภูมิประมาณ 30-50 องศาเซลเซียส จุดนี้ถือเป็นเขตหวงห้ามไม่ให้ลงเล่นน้ำเพื่อรักษาระบบนิเวศอันเปราะบางไว้ให้คงเดิม [05:05]

ท่องเที่ยวด้วยหัวใจอนุรักษ์

เจ้าหน้าที่เน้นย้ำว่า การมาเยือนเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าแตกต่างจากการเที่ยววนอุทยานทั่วไป นักท่องเที่ยวต้องปฏิบัติตามกฎระเบียบอย่างเคร่งครัด ไม่ทำลายทรัพยากรธรรมชาติ เพื่อให้ "หัวใจแห่งเขาประ-บางคราม" ยังคงเต้นและมอบความงดงามให้แก่ผู้มาเยือนรุ่นต่อๆ ไป [05:40]

สำหรับผู้ที่สนใจสัมผัสความงามของสระมรกต แนะนำให้เดินทางมาในช่วงเช้า ซึ่งจะเป็นช่วงที่น้ำใสที่สุดและหลีกเลี่ยงความแออัดของนักท่องเที่ยวได้ดีที่สุด [04:28]


ชมวิดีโอเพิ่มเติม: สระมรกต อัญมณีพงไพร หัวใจแห่งเขาประ-บางคราม


 


วันพุธที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569

รวบคาหนังคาเขา! อดีตคนงานก่อสร้างตกงาน วิ่งราวทรัพย์ฝรั่งอ้าง "หิวข้าว"



หัวข้อข่าว: สิ้นท่า! อดีตหนุ่มก่อสร้างวิ่งราวทรัพย์ 2 ตายายชาวอังกฤษกลางเมืองกระบี่ อ้างหิวข้าวหาเงินซื้อของกิน เจอพลเมืองดีล็อกคอส่งตำรวจ

เนื้อหาข่าว:

เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองกระบี่ เข้าจับกุม นายบ่าว อายุ 42 ปี อดีตคนงานก่อสร้างที่เพิ่งเดินทางมาจากเกาะพีพี [00:32] หลังก่อเหตุวิ่งราวทรัพย์สองสามีภรรยาชาวอังกฤษวัย 70 ปี ขณะกำลังเดินออกกำลังกายบริเวณแนวเขื่อนหน้าเมืองกระบี่ [00:46]

เหตุการณ์นี้จบลงด้วยดีเนื่องจากมีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติอีกรายที่อยู่ในเหตุการณ์วิ่งไล่ตามและล็อกตัวคนร้ายไว้ได้ก่อนแจ้งตำรวจ [01:03] จากการสอบสวนผู้ต้องหาสารภาพว่าทำไปเพราะต้องการหาเงินซื้อข้าวเนื่องจากตกงานและหิวจัด [01:29] ทั้งนี้จากการตรวจสอบประวัติพบว่าเคยมีประวัติเกี่ยวข้องกับยาเสพติดอีกด้วย [01:38]


 


ข่าวที่ 2: ชาวบ้านสุดทน! มือดีมักง่ายทิ้ง "ซากไก่เน่า" เกลื่อนข้างทาง ส่งกลิ่นเหม็นคลุ้ง

หัวข้อข่าว: จมูกแทบพัง! มือมืดทิ้งซากไก่ใส่ถุงดำเกลื่อนทางเข้าหมู่บ้านที่หล่มศักดิ์ กลิ่นเน่าโชยรุนแรง อบต. เร่งปูนขาวโรย-ฝังกลบฆ่าเชื้อ

เนื้อหาข่าว:

ชาวบ้านบ้านหนองยาว ต.หินฮาว อ.หล่มศักดิ์ จ.เพชรบูรณ์ ร้องเรียนพบถุงดำบรรจุซากไก่เน่าจำนวนมากถูกนำมาทิ้งไว้บริเวณข้างทางเข้าหมู่บ้าน รวมกว่า 4-5 จุด [02:26] ส่งกลิ่นเหม็นรุนแรงสร้างความเดือดร้อนไปทั่วบริเวณ

ล่าสุด อบต.หินฮาว ได้ส่งเจ้าหน้าที่กองสาธารณสุขเข้าตรวจสอบ พร้อมนำปูนขาวมาโรยเพื่อดับกลิ่นและฆ่าเชื้อในเบื้องต้น [03:36] ก่อนจะประสานเครื่องจักรเข้าขุดหลุมฝังกลบตามหลักสุขาภิบาล [03:41] พร้อมขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจติดตามตัวผู้มักง่ายมาดำเนินคดีตามกฎหมายเนื่องจากเสี่ยงต่อการแพร่กระจายเชื้อโรค [03:58]


ข่าวที่ 3: ไฟไหม้ครั้งใหญ่ในรอบหลายสิบปี! วอดโกดังซุปเปอร์มาร์เก็ตดังที่นครศรีฯ

หัวข้อข่าว: ทะเลเพลิง! ไฟไหม้โกดัง "ยงเจริญซุปเปอร์มาร์เก็ต" ทุ่งสง เสียหายพุ่งร้อยล้าน ระดมรถน้ำกว่า 30 คัน สกัดนาน 3 ชม. อพยพชาวบ้านวุ่น

เนื้อหาข่าว:

เกิดเหตุเพลิงไหม้รุนแรงที่โกดังเก็บสินค้าของ "ยงเจริญซุปเปอร์มาร์เก็ต" อ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช [04:48] ซึ่งเป็นศูนย์กระจายสินค้าขนาดใหญ่ของภาคใต้ บนพื้นที่กว่า 8 ไร่ เพลิงได้ลุกลามอย่างรวดเร็วและมีเสียงระเบิดดังขึ้นเป็นระยะ [05:00] เจ้าหน้าที่ต้องระดมรถดับเพลิงกว่า 30 คันเข้าสกัดเพลิงท่ามกลางความยากลำบากเนื่องจากมีสินค้าเป็นเชื้อเพลิงจำนวนมาก [05:08]

ผู้ว่าราชการจังหวัดลงพื้นที่บัญชาการเหตุการณ์และสั่งอพยพชาวบ้านในรัศมีใกล้เคียงไปยังที่ปลอดภัย [05:54] ขณะนี้สามารถคุมเพลิงไว้ได้ในวงจำกัดแล้ว แต่ยังต้องฉีดน้ำเลี้ยงไว้ตลอดเวลาเนื่องจากกังวลเรื่องโครงสร้างอาคารทรุดตัว [06:21] เบื้องต้นคาดมูลค่าความเสียหายไม่ต่ำกว่า 100 ล้านบาท ส่วนสาเหตุอยู่ระหว่างการตรวจสอบอย่างละเอียด [05:25]


ที่มา: หนุ่มอ้างหิวข้าว วิ่งราวทรัพย์ฝรั่ง l ตลาดข่าว - ข่าวเช้าเวิร์คพอยท์ l 10 ก.พ.69


วันอังคารที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569

ต้อนรับตรุษจีน! "ซาลาเปาม้ามงคล" ฝีมือระดับแชมป์ - บุกสวนกะหล่ำปลีเมืองหนาวกลางเมืองกระบี่

 


[จ.นครสวรรค์] - ฮือฮา! ซาลาเปา "ชุดร่ำรวยปีม้า" งานแฮนด์เมดสุดประณีต

ที่จังหวัดนครสวรรค์ ร้าน "แหม่ม ซาลาเปาลาวา" เปิดตัวเมนูต้อนรับเทศกาลตรุษจีนปีม้า ด้วยซาลาเปาและหมั่นโถวรูปม้ามงคล [01:36] ซึ่งเจ้าของร้านมีดีกรีเป็นถึงผู้ชนะเลิศการประกวดจากเมืองจีน ความพิเศษอยู่ที่การปั้นด้วยมือทุกชิ้นตามสูตรแป้งโบราณ โดยม้าหนึ่งตัวใช้เวลาปั้นนานถึง 30 นาที [04:02] เพื่อสื่อถึงความขยันและความก้าวหน้า จำหน่ายเป็นเซตมงคล 9 ชิ้น ราคา 699 บาท หรือจะสั่งแยกเป็นตัวก็ได้แต่ต้องจองล่วงหน้า [04:31]

[จ.กระบี่] - ไม่ต้องไปเหนือ! "ไร่ม่านเขา" เปิดสวนกะหล่ำปลีปลอดสารให้ชมฟรี

ที่อำเภอเมือง จังหวัดกระบี่ กลายเป็นแลนด์มาร์คใหม่หลังปรับพื้นที่สวนปาล์มมาปลูกกะหล่ำปลีและดอกไม้เมืองเหนือ [13:19] ท่ามกลางบรรยากาศภูเขาหินปูนที่ให้ความรู้สึกเหมือนอยู่ภูทับเบิก นักท่องเที่ยวสามารถเข้าชมและถ่ายรูปได้ฟรี พร้อมเลือกซื้อกะหล่ำปลีปลอดสารหัวใหญ่ยักษ์หนัก 1-4 กิโลกรัม ในราคาเพียงกิโลกรัมละ 40 บาท [14:08] ตัดสดๆ จากไร่ได้เลย

[จ.พิษณุโลก] - "อาม่าบาริสต้า" วัย 75 โชว์เก๋าชงกาแฟ สร้างแรงบันดาลใจวัยเก๋า

อาม่าพร หรือคุณสุภาพร ศรีพงษ์พิบูลย์ วัย 75 ปี เจ้าของโรงแรม The Factory Hotel [15:18] ผันตัวมาเป็นบาริสต้าชงกาแฟด้วยความคล่องแคล่ว อาม่าเผยว่าไม่อยากอยู่เฉยๆ หลังเกษียณ การทำงานช่วยให้ร่างกายแข็งแรงและมีความสุข พร้อมฝากถึงผู้สูงอายุคนอื่นๆ ให้หางานอดิเรกที่ถนัดทำเพื่อสุขภาพกายและใจที่ดี [17:39]

[จ.พัทลุง] - สืบสานภูมิปัญญา "โพลเมืองพัทลุง" จากต้นตาลและหนังควาย

ชาวบ้านตำบลปรางหมู่ จังหวัดพัทลุง ยังคงอนุรักษ์การทำ "โพล" หรือกลองพื้นเมืองที่เป็นเอกลักษณ์ [18:03] โดยต้องใช้ความชำนาญในการคัดเลือกหนังควายและการขุดไม้ตาลโตนดเพื่อให้ได้เสียงที่ดังกึกก้อง ปัจจุบันมีการส่งต่อวิชาให้รุ่นลูกหลานและเปิดเป็นศูนย์เรียนรู้สำหรับผู้ที่สนใจศึกษาเครื่องดนตรีท้องถิ่นนี้ด้วย [28:48]

[จ.พระนครศรีอยุธยา] - "โชค 9 ชั้น" ไม้มงคลสร้างรายได้หลักแสน

ปิดท้ายที่สวนของว่าที่ร้อยเอกวาริน ช่างทอง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา กับอาชีพเพาะพันธุ์ต้น "โชค 9 ชั้น" และ "เศรษฐีเงินหนา" [11:03] ซึ่งเป็นไม้มงคลยอดนิยมที่ส่งออกไกลถึงต่างประเทศ โดยบางต้นที่มีลักษณะด่างสวยงามเคยขายได้ราคาสูงถึง 600,000 บาท เลยทีเดียว [09:05]


ขอบคุณข้อมูลจาก: รายการทุกทิศทั่วไทย (Thai PBS) วันที่ 9 ก.พ. 69

คลิกเพื่อรับชมวิดีโอ


 


วันจันทร์ที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569

ปักหมุด “แหลมสัก” กระบี่ ดินแดน 3 วัฒนธรรม ผงาดรางวัลการันตี 4 ปีซ้อน ชูท่องเที่ยว “Low Carbon” รับเทรนด์รักษ์โลก

 



กระบี่ – ชุมชนท่องเที่ยวบ้านแหลมสัก อำเภออ่าวลึก จังหวัดกระบี่ กลายเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมของนักท่องเที่ยวที่แสวงหาความสงบและวิถีชีวิตดั้งเดิม ด้วยจุดเด่น “ดินแดนทะเล 3 ด้าน วัฒนธรรม 3 สาย” พร้อมคว้ารางวัล Thailand Tourism Award ต่อเนื่องถึง 4 ปีซ้อน มุ่งเน้นการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (Low Carbon Tourism)


 

เสน่ห์ 3 วัฒนธรรมที่อยู่ร่วมกันอย่างยั่งยืน

แหลมสักเป็นชุมชนที่รวมตัวกันของชาวไทยพุทธ มุสลิม และชาวไทยเชื้อสายจีน (บาบา) ซึ่งอยู่ร่วมกันอย่างสันติมานานกว่า 200 ปี นักท่องเที่ยวสามารถสัมผัสความหลากหลายนี้ได้ผ่านเส้นทางท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม:

  • วัฒนธรรมบาบา (จีน): เยี่ยมชม “Blue House” บ้านสไตล์ชิโนโปรตุกีสที่เป็นทั้งจุดต้อนรับและศูนย์เรียนรู้วิถีชีวิตชาวบาบา มีกิจกรรมชงชาและเขียนอักษรจีนด้วยพู่กันโดยเหล่าซือผู้เชี่ยวชาญ [09:14] รวมถึงการสักการะ “ศาลเจ้าซกโป้ซีเอี๋ย” ศาลเจ้าเก่าแก่ที่มีเอกลักษณ์สีดำ-เทา ซึ่งเชื่อว่าเป็นสีมงคลสูงสุดของชาวจีนฮกเกี้ยน [16:46]

  • วัฒนธรรมพุทธ: สักการะพระบรมสารีริกธาตุที่ “วัดมหาธาตุแหลมสัก” เจีย์ทรงลังกาประยุกต์สีขาวตระหง่านริมทะเล ซึ่งเป็นจุดชมวิวและสถานที่ปฏิบัติธรรมที่ได้รับความนิยมทั้งชาวไทยและต่างชาติ [13:33]

  • วัฒนธรรมมุสลิม: สัมผัสวิถีชีวิตชุมชนมุสลิมชายฝั่งและชมความงดงามของมัสยิดในชุมชน ซึ่งเป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวแหลมสัก [21:05]

ท่องเที่ยวสีเขียว ลดคาร์บอน สัมผัสธรรมชาติ

ชุมชนแหลมสักชูจุดขายการท่องเที่ยวแบบ Low Carbon เพื่อรักษาทรัพยากรธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ ทั้งป่าชายเลนและเขาหินปูน กิจกรรมไฮไลต์ประกอบด้วย:

  • กิจกรรมทางบก: ปั่นจักรยาน หรือเดินชมชุมชนเพื่อลดการใช้พลังงาน [02:13]

  • กิจกรรมทางน้ำ: พายเรือคายัคชื่นชมความงามของอ่าวแหลมสัก ซึ่งเป็นทะเลในที่สงบ ไม่มีคลื่นลมแรง สามารถเที่ยวได้ตลอดทั้งปี [03:06]

  • กิจกรรมรักษ์โลก: การเวิร์กชอปทำผ้าบาติก การปลูกสาหร่ายพวงองุ่น และการจัดการขยะในชุมชนโดยนำมา “Upcycling” เป็นของที่ระลึก [22:54]

นายชาริธ เพิ่มทรัพย์ ประธานชุมชนท่องเที่ยวแหลมสัก เปิดเผยว่า ความสำเร็จของที่นี่เกิดจากความร่วมมือร่วมใจของคนในชุมชนที่ต้องการรักษาเอกลักษณ์และธรรมชาติให้ยั่งยืน โดยเน้นให้ความสำคัญกับการมอบประสบการณ์ใหม่ๆ ให้แก่ผู้มาเยือน ทั้งในด้านสุขภาพกายและสุขภาพใจ [23:41]

สำหรับผู้ที่สนใจสัมผัสเสน่ห์ของแหลมสัก ดินแดนที่เวลาหมุนช้าลง สามารถเดินทางจากภูเก็ตได้ในเวลาเพียง 2 ชั่วโมง เพื่อมาพบกับความเรียบง่ายแต่ทรงคุณค่าของชุมชนแห่งนี้


ข้อมูลวิดีโอ: Andaman : ชุมชนท่องเที่ยวแหลมสัก