This is default featured slide 1 title

Go to Blogger edit html and find these sentences.Now replace these sentences with your own descriptions.

This is default featured slide 2 title

Go to Blogger edit html and find these sentences.Now replace these sentences with your own descriptions.

This is default featured slide 3 title

Go to Blogger edit html and find these sentences.Now replace these sentences with your own descriptions.

This is default featured slide 4 title

Go to Blogger edit html and find these sentences.Now replace these sentences with your own descriptions.

This is default featured slide 5 title

Go to Blogger edit html and find these sentences.Now replace these sentences with your own descriptions.

วันเสาร์ที่ 31 มกราคม พ.ศ. 2569

เจาะสมรภูมิเลือกตั้ง! "เท้ง" ปล่อยคาราวาน Matrix – "ยศชนัน" อ้อนชาวเหนือ – "มาร์ค" ทำกระบี่ตลาดแตก

    

 


บรรยากาศการหาเสียงเลือกตั้งเข้าสู่ช่วงโค้งสุดท้ายสุดคึกคัก บรรดาแคนดิเดตนายกฯ และแกนนำพรรคการเมืองชื่อดัง ต่างลงพื้นที่จัดเต็มทั้งนโยบายและสีสัน หวังมัดใจชาวบ้านทั่วประเทศ ขณะที่ผลโพลล่าสุดชี้คะแนนนิยมเริ่มขยับ


 

พรรคประชาชน: มาในธีม "The Matrix" ปิดประตูการเมืองแบบเดิม

นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ (เท้ง) หัวหน้าพรรคประชาชน พร้อมด้วยนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ร่วมกันปล่อยขบวนคาราวานหาเสียง 8 สาย [00:12] โดยไฮไลต์อยู่ที่รถหาเสียงธีม "The Matrix" ที่สื่อถึงการเลือกระหว่างอดีตกับอนาคต นายณัฐพงษ์ย้ำจุดยืนชัดเจนว่า "ไม่ร่วมงานกับพรรคกล้าธรรม และไม่โหวตให้แคนดิเดตจากภูมิใจไทย" [01:29] พร้อมเชิญชวนประชาชนกาส้ม 2 ใบ เพื่อปิดสวิตช์การเมืองแบบเดิม [02:14]

พรรคเพื่อไทย: "ยศชนัน" บุกเชียงใหม่บ้านเกิด อ้อนขอคะแนนเบ็ดเสร็จ

นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกฯ พรรคเพื่อไทย ลงพื้นที่เชียงใหม่และเชียงราย [03:00] บรรยากาศเป็นไปอย่างอบอุ่น มีประชาชนแห่มอบดอกไม้และขอหอมแก้มจำนวนมาก [03:35] โดยนายยศชนันเน้นย้ำว่าตนเองเป็นคนเชียงใหม่ และต้องการพาประเทศก้าวไปข้างหน้าด้วยนโยบายที่คิดเพื่อประชาชน พร้อมขอคะแนนให้เลือกเพื่อไทยแบบเบ็ดเสร็จเพื่อให้ได้นายกฯ คนที่ 33 จากเชียงใหม่ [05:45]

พรรคประชาธิปัตย์: "อภิสิทธิ์" ลุยกระบี่ กระแสตอบรับท่วมท้น

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ลงพื้นที่จังหวัดกระบี่ เดินตลาดสดคลองท่อมและตลาดมหาราชจน "ตลาดแตก" [06:15] พ่อค้าแม่ค้าและชาวบ้านเข้ามาทักทายอย่างเป็นกันเอง โดยมีคุณยายท่านหนึ่งเข้ามาอวยพรให้ได้กลับมาเป็นนายกฯ อีกครั้ง [07:00] ซึ่งนายอภิสิทธิ์ยืนยันความมุ่งมั่นในการสร้างการเมืองที่สุจริต [07:44]

พรรครักชาติ: "ดร.เจษฎ์" โชว์รำดาบ บวงสรวงวีรชนบางระจัน

ด้าน ดร.เจษฎ์ โทณะวณิก แคนดิเดตนายกฯ พรรครักชาติ สร้างสีสันด้วยการร่วมพิธีบวงสรวงวีรชนค่ายบางระจัน จ.สิงห์บุรี โดยโชว์ลีลา "รำดาบ" สดุดีวีรชนด้วยท่วงท่าที่แข็งขัน [10:33] เพื่อระลึกถึงความเสียสละของบรรพบุรุษ

สีสันคนรุ่นใหม่: ภาษาจีน-สายมู-ยืนแยกไฟแดง

นอกจากรุ่นใหญ่แล้ว ผู้สมัครรุ่นใหม่ก็มีไม้เด็ดไม่แพ้กัน:

  • พรรคภูมิใจไทย: ส่ง "น้องกิ๊บ" ผู้สมัครเขต 1 กทม. โชว์ทักษะพูดภาษาจีนหาเสียงย่านเยาวราช [13:52]

  • พรรคประชาธิปัตย์: "น้องฟลุ๊ก" พีรวุฒิ ทำคลิปรีวิวที่เที่ยวและสถานที่สายมูในเขตพระนคร-สัมพันธวงศ์ [12:44]

  • พรรคประชาชน: "น้องปาล์ม" ชลนัส ลงพื้นที่ยืนตามสี่แยกไฟแดงในเขตบางบอนเพื่อสื่อสารนโยบายกับคนกรุง [15:11]

เปิดโพลล่าสุด: "เท้ง" ยังนำ "อนุทิน-อภิสิทธิ์-ยศชนัน" ตามบี้

ผลสำรวจจาก นิด้าโพล ระบุว่า นายณัฐพงษ์ (เท้ง) ยังมีคะแนนนิยมอันดับ 1 ที่ 29.08% ตามด้วยนายอนุทิน 22.24% และนายอภิสิทธิ์ 12.52% [17:46] ขณะที่ KPI โพล (พระปกเกล้า) ชี้ว่าผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่ยังมองหาบุคคลที่เหมาะสมที่สุด แต่คะแนนของนายอนุทิน และนายยศชนัน มีทิศทางเพิ่มขึ้นจากการสำรวจครั้งก่อน [16:41]

ที่มา: รายการครอบครัวข่าว 3


วันศุกร์ที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2569

เชิดชูผู้สูงวัย! มูลนิธิภูเก้าล้วน ลุยโครงการ "คนกระบี่ 100 ปีมีมงคล" มอบกำลังใจและสวัสดิการแก่ผู้สูงอายุ

    

 


กระบี่ – เมื่อวันที่ 29 มกราคม 2569 มูลนิธินายศรีผ่อง-นางกี่ ภูเก้าล้วน นำโดย นายชวน ภูเก้าล้วน นายกสภาการศึกษาจังหวัดกระบี่ และทีมงาน ได้เดินหน้าขับเคลื่อนโครงการกตเวทิตาคารวะ "คนกระบี่ 100 ปีมีมงคล" เพื่อออกเยี่ยมเยียนและให้กำลังใจผู้สูงอายุที่มีอายุตั้งแต่ 100 ปีขึ้นไปในพื้นที่จังหวัดกระบี่


 

ลงพื้นที่เกาะลันตา เยี่ยมผู้สูงอายุถึงบ้าน

ในการลงพื้นที่ครั้งนี้ คณะทำงานได้เดินทางไปยังตำบลเกาะกลาง อำเภอเกาะลันตา เพื่อเข้าเยี่ยมเยียนผู้สูงอายุซึ่งเป็น "หลักชัย" ของครอบครัวและชุมชน [02:11] โดยบรรยากาศเป็นไปอย่างอบอุ่น มีลูกหลานคอยดูแลอย่างใกล้ชิด ทางมูลนิธิได้มอบเงินสนับสนุนจำนวน 5,000 บาท เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจ พร้อมอวยพรให้มีสุขภาพแข็งแรงและอยู่เป็นมิ่งขวัญแก่ลูกหลานต่อไป [01:13]

มุ่งสร้างฐานข้อมูลบรรพบุรุษชาวกระบี่

ตัวแทนในพื้นที่อำเภอเกาะลันตาได้กล่าวขอบคุณ นายชวน ภูเก้าล้วน และมูลนิธิฯ ที่เล็งเห็นความสำคัญของบรรพบุรุษ โดยระบุว่าขณะนี้ทางพื้นที่กำลังเร่งสำรวจและจัดทำฐานข้อมูลผู้สูงอายุที่มีอายุเกิน 100 ปี เพื่อให้การดูแลเข้าถึงทุกคนอย่างทั่วถึง [02:17]

สมฉายา "คนดีศรีกระบี่"

โครงการนี้ถือเป็นหนึ่งในกิจกรรมสาธารณกุศลที่สะท้อนถึงความกตัญญูกตเวทีต่อผู้สูงวัย ซึ่งทางทีมงานและชาวบ้านต่างชื่นชมในเจตนารมณ์ของมูลนิธิภูเก้าล้วน ที่มุ่งสร้างสรรค์โครงการดีๆ เพื่อตอบแทนสังคมชาวกระบี่มาอย่างต่อเนื่อง [02:31]


ข้อมูลจาก: มูลนิธินายศรีผ่อง-นางกี่ ภูเก้าล้วน (phukaoluanfoundation)

ชมวิดีโอเพิ่มเติม: https://www.youtube.com/watch?v=9CWMyezEZ44


วันพุธที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2569

"แมงกะพรุน" ให้โชค! ชาวประมงกระบี่ยิ้มร่า ตักขายสร้างรายได้งาม สูงสุดวันละหมื่นบาท

    

 


จังหวัดกระบี่ – เข้าสู่ฤดูกาลทองของชาวประมงพื้นบ้านในจังหวัดกระบี่และพื้นที่ใกล้เคียง หลังพบแมงกะพรุนจานโผล่เต็มทะเล ทำเอาท่าเรือคึกคัก พ่อค้าแม่ค้าแห่รับซื้อไม่อั้น สร้างเม็ดเงินสะพัดในพื้นที่หลักแสนบาทต่อวัน


 

รายละเอียดข่าว:

บรรยากาศบริเวณท่าเรือคลองทราย บ้านดินแดงน้อย ตำบลหนองทะเล อำเภอเมือง จังหวัดกระบี่ เป็นไปอย่างคึกคัก [00:34] โดยมีเรือประมงพื้นบ้านจากทั้งในจังหวัดกระบี่ พังงา และระนอง ต่างพากันนำแมงกะพรุนจานที่ตักได้มาส่งขายให้กับพ่อค้าแม่ค้ากว่า 20 รายที่มารอรับซื้อถึงที่ [00:23]

รายได้และราคา:

  • ราคาขาย: พ่อค้ารับซื้อในราคา ตัวละ 5 บาท ซึ่งถือว่าเป็นราคาที่ค่อนข้างดีในปีนี้ [00:56]

  • รายได้ต่อวัน: ชาวประมงสามารถตักแมงกะพรุนได้ตั้งแต่ 300 ถึง 1,000 ตัวต่อรอบ (ตามขนาดเรือ) ทำให้มีรายได้เฉลี่ย 3,000 - 10,000 บาทต่อวัน [01:01]

  • การจ้างงานในพื้นที่: นอกจากการออกเรือแล้ว ยังมีการจ้างแรงงานท้องถิ่นมาช่วยคัดแยกและหมักแมงกะพรุน โดยให้ค่าจ้างวันละ 400 - 500 บาท ช่วยให้มีเงินหมุนเวียนในชุมชนกว่า 100,000 บาทต่อวัน [02:00]

การแปรรูปและส่งออก:

แมงกะพรุนที่รับซื้อมาจะถูกนำไปหมักดองเกลือทิ้งไว้ประมาณ 4-5 วัน [01:23] จากนั้นจะมีพ่อค้าจากจังหวัดสมุทรสาครมารับซื้อไปอีกทอดหนึ่ง เพื่อส่งออกไปยังต่างประเทศ เช่น จีนและญี่ปุ่น ซึ่งถือเป็นเมนูอาหารชั้นเลิศที่ได้รับความนิยมอย่างมาก [01:30]

สำหรับระยะเวลาของฤดูกาลจับแมงกะพรุนนั้นจะไม่แน่นอน บางปีอาจมีให้จับเพียง 2-3 เดือน หรือบางปีอาจยาวนานถึง 6-7 เดือน ขึ้นอยู่กับสภาพธรรมชาติ [01:45]


ที่มา: TNN - "สร้างรายได้"ชาวประมงกระบี่ ล่องเรือจับแมงกะพรุน ราคาดีตัวละ 5บาท


วันอังคารที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2569

ยกระดับคุมเข้ม! สนามบิน "กระบี่-ภูเก็ต" ตั้งการ์ดสูง คัดกรองไวรัส "นิปาห์" รับเที่ยวบินตรงจากอินเดีย

    

 



[ภูเก็ต-กระบี่] – ท่าอากาศยานนานาชาติภูเก็ตและกระบี่ ประกาศยกระดับมาตรการเฝ้าระวังและคัดกรองผู้เดินทางจากประเทศอินเดียอย่างเข้มงวด หลังมีรายงานการแพร่ระบาดของไวรัส "นิปาห์" เพื่อป้องกันการแพร่กระจายเข้าสู่ประเทศไทยและสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้ใช้บริการ


 

มาตรการเชิงรุกที่สนามบินกระบี่

สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดกระบี่ ร่วมกับด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศ ได้วางมาตรการคัดกรองอย่างละเอียด โดยเฉพาะผู้โดยสารจากเที่ยวบินตรงจากอินเดียที่มีถึง 14 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ [00:12] แม้จะยังไม่มีเที่ยวบินตรงจากเมืองกัลกัตตา (Kolkata) รัฐเวสต์เบงกอล ซึ่งเป็นพื้นที่ระบาด [00:36] แต่เจ้าหน้าที่มีการตั้งจุดคัดกรองวัดไข้ หากพบผู้ที่มีอาการเข้าข่ายหรือต้องสงสัย จะดำเนินการคัดแยกเพื่อเข้าสู่กระบวนการควบคุมโรคทันทีตามแนวทางของกระทรวงสาธารณสุข [00:25]

สนามบินภูเก็ตเฝ้าระวังสูงสุด

ในส่วนของท่าอากาศยานภูเก็ต ซึ่งถือเป็นจุดเสี่ยงสำคัญเนื่องจากมีเที่ยวบินตรงจากอินเดียเฉลี่ยถึง 13 เที่ยวบินต่อวัน จาก 6 สายการบิน และมีเที่ยวบินตรงจากเมืองกัลกัตตาสัปดาห์ละ 5 เที่ยวบิน [01:34] ได้มีการดำเนินการดังนี้:

  • ตั้งจุดคัดกรองเชิงรุก: เน้นกลุ่มผู้โดยสารที่เดินทางมาจากพื้นที่ที่มีการระบาด [01:06]

  • สุขอนามัยภายในอาคาร: เพิ่มความถี่ในการทำความสะอาดจุดสัมผัสร่วมต่างๆ ภายในอาคารผู้โดยสาร [01:16]

  • การประสานงาน: ทำงานใกล้ชิดกับด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศเพื่อประเมินความเสี่ยงอย่างต่อเนื่อง [01:22]

ทั้งนี้ มาตรการดังกล่าวครอบคลุมทั้งการดูแลความปลอดภัยของผู้โดยสาร ผู้ใช้บริการ และเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานภายในท่าอากาศยาน เพื่อให้มั่นใจว่าระบบการป้องกันโรคของไทยมีความพร้อมและมีประสิทธิภาพสูงสุด [01:27]


ที่มา: สนามบิน "กระบี่-ภูเก็ต" ยกระดับคัดกรอง ไวรัส "นิปาห์"


วันอาทิตย์ที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2569

ตระการตาโลก! “แสงเหนือ” พุ่งพล่านรับพายุสุริยะ – ฮือฮา “แสงแรกเขาพนม” จุดเช็คอินใหม่กระบี่ – ยอดดอยอินทนนท์หนาวจัดเกิดแม่คะนิ้งครั้งที่ 37

    

 

[สรุปข่าวทั่วโลกและประเทศไทย]

1. ปรากฏการณ์แสงเหนือสว่างไสวทั่วโลกจากพายุสุริยะรุนแรง

เกิดปรากฏการณ์ "แสงเหนือ" หรือ ออโรร่า (Aurora) สีม่วงและเขียวส่องสว่างโชติช่วงในหลายพื้นที่ทั่วโลก ระหว่างวันที่ 18-19 มกราคมที่ผ่านมา [00:24] โดยสามารถมองเห็นได้ตั้งแต่นอร์เวย์ เยอรมนี ไปจนถึงทางตะวันตกเฉียงใต้ของสหรัฐอเมริกา [00:30] สาเหตุเกิดจากการระเบิดบนดวงอาทิตย์หรือพายุสุริยะระดับรุนแรงที่พุ่งชนสนามแม่เหล็กโลก ทำให้เกิดความปั่นป่วนต่อเนื่องนานหลายชั่วโมง ถือเป็นเหตุการณ์ทางดาราศาสตร์ที่แสดงถึงพลังอันยิ่งใหญ่ของจักรวาล [01:07]

2. ปักหมุด "อ่างเก็บน้ำคลองหิน" อันซีนแห่งใหม่เมืองกระบี่

ที่จังหวัดกระบี่ ช่างภาพและนักท่องเที่ยวแห่ไปรอชม "แสงแรกเขาพนม" บริเวณอ่างเก็บน้ำคลองหิน อำเภออ่าวลึก [01:38] ซึ่งเป็นจุดชมวิวที่ความสวยงามของแสงอาทิตย์ยามเช้าสะท้อนลงบนผืนน้ำนิ่งสงบ โดยมีเทือกเขาพนมเบญจา ยอดเขาที่สูงที่สุดของกระบี่ตั้งตระหง่านเป็นฉากหลังท่ามกลางไอหมอก [01:50] กลายเป็นสวรรค์แห่งใหม่ของสายแคมปิ้งและคนรักธรรมชาติ [02:03]


 

3. ดอยอินทนนท์หนาวจัด เกิด "เหมยขาบ" ครั้งที่ 37 ของปี

ยอดดอยอินทนนท์ จังหวัดเชียงใหม่ ยังคงหนาวเหน็บต่อเนื่อง ล่าสุดอุณหภูมิยอดหญ้าติดลบถึง -3.5 องศาเซลเซียส ทำให้เกิด "เหมยขาบ" หรือน้ำค้างแข็งขาวโพลนตามยอดหญ้าเป็นครั้งที่ 37 ของฤดูกาลนี้ [02:23] โดยมีนักท่องเที่ยวหลั่งไหลขึ้นไปสัมผัสอากาศหนาวเฉลี่ยวันละ 3,000-4,000 คน ขณะที่ศูนย์อุตุนิยมวิทยาเตือนว่าจะมีมวลอากาศเย็นระลอกใหม่จากจีนแผ่ลงมาปกคลุมอีกครั้ง [03:09]

4. ญี่ปุ่นเตรียมบอกลาแพนด้า 2 ตัวสุดท้าย กลับสู่จีน

ปิดตำนานแพนด้าในญี่ปุ่นชั่วคราว เมื่อ "เสี่ยวเสี่ยว" และ "เหลยเหลย" แพนด้าตัวสุดท้ายจากสวนสัตว์อุเอโนะ กรุงโตเกียว มีกำหนดเดินทางกลับประเทศจีนในวันที่ 27 มกราคมนี้ [03:32] นับเป็นครั้งแรกในรอบกว่า 50 ปีที่ญี่ปุ่นจะไม่มีแพนด้าอาศัยอยู่เลย หลังจากที่แพนด้าคู่แรกถูกส่งมาเพื่อเชื่อมความสัมพันธ์ทางการทูตตั้งแต่ปี 1972 [03:45]


ที่มา: TNN ข่าวดังสุดสัปดาห์ (23-1-2569)


วันศุกร์ที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2569

ปฏิบัติการสายฟ้าแลบ! ผู้ว่าฯ กระบี่ บุกทลายฟาร์มกัญชาทุนเทาอิสราเอล แฉกลยุทธ์ "นอมินีไทย" บังหน้า

     



เมื่อวันที่ 22 มกราคม 2569 จังหวัดกระบี่ได้กลายเป็นจุดสนใจในปฏิบัติการกวาดล้างธุรกิจสีเทาครั้งใหญ่ เมื่อ นายอังกูล ศรีลาเทวก ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ พร้อมด้วย พลตำรวจตรี สุขเกษม นครวิทยาลัย ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดกระบี่ ได้สนธิกำลังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกว่า 50 นาย นำหมายค้นเข้าตรวจสอบฟาร์มกัญชาขนาดใหญ่ในพื้นที่อำเภอเมืองกระบี่ หลังสืบทราบว่ามีกลุ่มทุนชาวต่างชาติ โดยเฉพาะชาวอิสราเอล เข้ามาประกอบธุรกิจโดยใช้วิธีการที่ไม่ถูกต้องตามกฎหมาย


 

เปิดโปง "นอมินี" และธุรกิจครบวงจร

จากการตรวจสอบพบว่า ฟาร์มกัญชาแห่งนี้มีการจัดตั้งในรูปแบบบริษัทที่ใช้คนไทยเป็นผู้ถือหุ้นแทน หรือที่เรียกว่า "นอมินี" เพื่อหลีกเลี่ยงข้อจำกัดทางกฎหมายที่ห้ามชาวต่างชาติประกอบธุรกิจบางประเภท ภายในอาคารมีการดัดแปลงเป็นฟาร์มปลูกกัญชาในร่ม (Indoor) ที่ทันสมัย พร้อมอุปกรณ์แปร รูปครบวงจร [00:42]

สิ่งที่น่าตกใจคือ สถานที่แห่งนี้ไม่ได้ทำเพียงแค่การปลูกเท่านั้น แต่ยังเปิดเป็นสถานบริการให้ลูกค้าสามารถเข้ามา "เสพ" กัญชาได้ภายในร้าน รวมถึงมีการจำหน่ายผ่านช่องทางออนไลน์และบริการเดลิเวอรี่ ซึ่งถือเป็นการกระทำที่ท้าทายกฎหมายอย่างยิ่ง นอกจากนี้ ผลการตรวจวัดค่าสาร THC ในผลิตภัณฑ์กัญชายังพบว่าสูงเกินกว่าที่กฎหมายกำหนดไว้อีกด้วย [00:55]

มาตรการเด็ดขาด: สั่งพักใบอนุญาตทันที

เบื้องต้น สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดกระบี่ได้มีคำสั่งพักใช้ใบอนุญาตประกอบกิจการเป็นเวลา 60 วัน เพื่อดำเนินการตรวจสอบในเชิงลึก โดยผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ยืนยันหนักแน่นว่า จะไม่ยอมให้ชาวต่างชาติเข้ามาใช้แผ่นดินไทยประกอบธุรกิจที่ผิดกฎหมาย หรือเอาเปรียบทรัพยากรในพื้นที่โดยไม่เคารพกติกาสังคม พร้อมสั่งการให้ทุกหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวดเพื่อรักษาภาพลักษณ์การท่องเที่ยวที่ดีของจังหวัดกระบี่ [01:09]

เชื่อมโยงเครือข่ายยาเสพติดภาคใต้

นอกจากการทลายฟาร์มกัญชาแล้ว ในช่วงเวลาไล่เลี่ยกันยังมีผลงานของตำรวจทางหลวงในการสกัดกั้นขบวนการยาเสพติดที่อำเภอชะอวด จังหวัดนครศรีธรรมราช โดยสามารถจับกุมรถเก๋งที่ซุกซ่อนยาบ้าจำนวนกว่า 1 ล้านเม็ด ซึ่งกำลังลำเลียงลงสู่ภาคใต้ [01:28]

การจับกุมครั้งนี้ถือเป็นการขยายผลจากการทลายเครือข่ายยาไอซ์ 1,000 กิโลกรัมก่อนหน้านี้ โดยพบความเชื่อมโยงของเส้นทางการเงินและเครือข่ายผู้กระทำผิดที่เป็นกลุ่มก้อนเดียวกัน ซึ่งเจ้าหน้าที่กำลังเร่งสืบสวนเพื่อขุดรากถอนโคนขบวนการค้ายาเสพติดรายใหญ่เหล่านี้ต่อไป [02:12]

บทสรุป: ปฏิบัติการครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความเอาจริงเอาจังของเจ้าหน้าที่รัฐในการปราบปรามทั้งธุรกิจ "นอมินี" ของชาวต่างชาติ และขบวนการยาเสพติด เพื่อคืนความสงบสุขและความปลอดภัยให้แก่พี่น้องประชาชนในพื้นที่ภาคใต้


อ้างอิงจาก: NBT South ช่อง 11 ดิจิทัล


วันพฤหัสบดีที่ 22 มกราคม พ.ศ. 2569

สายใยแห่งความสิริมงคล: "ประเพณีการขึ้นเปล" ภูมิปัญญาการเลี้ยงลูกฉบับชาวใต้

     

ในดินแดนภาคใต้ของไทย ความเชื่อเรื่องการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิดไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของสุขอนามัยทางกายเท่านั้น แต่ยังผูกพันอย่างลึกซึ้งกับจิตวิญญาณและบรรพบุรุษ “ประเพณีขึ้นเปล” หรือที่ภาษาถิ่นเรียกว่า “การขึ้นเปล็ก” คือหนึ่งในมรดกทางวัฒนธรรมที่สะท้อนถึงความรักและความห่วงใยที่ส่งผ่านจากรุ่นสู่รุ่น โดยเฉพาะในพื้นที่อำเภอลำทัพ จังหวัดกระบี่ ซึ่งได้รับอิทธิพลสืบทอดมาจากจังหวัดนครศรีธรรมราช [00:50]

ความหมายและความสำคัญ

ประเพณีนี้จัดขึ้นด้วยความเชื่อที่ว่า การให้เด็กนอนเปลและหลับสบายเป็นสิ่งสำคัญที่จะนำความเป็นสิริมงคลมาสู่เด็กแรกเกิด [00:16] เป็นกุศโลบายที่แฝงภูมิปัญญาในการดูแลเด็กให้เจริญเติบโตอย่างมีคุณภาพ ทั้งในด้านร่างกายที่แข็งแรงและจิตใจที่อ่อนโยน [00:43]


 

อุปกรณ์และเครื่องบวงสรวง

หัวใจสำคัญของพิธีคือ "เปล" ซึ่งมักใช้ผ้าขาวม้ามาผูกหัวท้ายอย่างง่ายๆ แต่เปี่ยมด้วยความหมาย [01:44] ภายในเปลจะมีของมงคล เช่น ขันน้ำสะอาด เงินหรือสร้อยทองเพื่อรับขวัญ และรวงข้าวที่สื่อถึงความอุดมสมบูรณ์ [01:26] นอกจากนี้ยังมีเครื่องเซ่นไหว้ที่ประกอบด้วยอาหารคาวหวาน 12 อย่าง เช่น ขนมโค, ไก่ต้ม, ข้าวเหนียวหลบ, และขนมต้มแดงต้มขาว เพื่อใช้ในพิธีกรรม [01:58]

ขั้นตอนพิธีกรรมที่ศักดิ์สิทธิ์

พิธีจะเริ่มโดยผู้อาวุโสหรือผู้รู้ที่เรียกว่า "หมอแม่ถ่าน" [02:18] ทำหน้าที่อัญเชิญบรรพบุรุษ ปู่ย่าตายายที่ล่วงลับมาประสิทธิ์ประสาทพรและรับรู้ถึงสมาชิกใหม่ของครอบครัว [02:26] มีการบริกรรมคาถาที่ผสมผสานระหว่างพุทธและพราหมณ์เป็นภาษาถิ่นใต้ [02:49] เพื่อขอให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ปกปักรักษาเด็กให้ "ใจเย็นเหมือนน้ำ" และมีสุขภาพแข็งแรง [06:55]

เมื่อถึงขั้นตอนสำคัญ พ่อแม่จะอุ้มเด็กส่งมอบให้ผู้ประกอบพิธี โดยมีการวางสิ่งของมีค่าในเปลเพื่อเป็นเคล็ดให้เด็กมีความมั่งคั่งร่ำรวยในอนาคต [05:34] จากนั้นจะนำเด็กวางลงในเปลและเริ่ม "การร้องเรือ" หรือการร้องเพลงกล่อมเด็กด้วยท่วงทำนองที่เป็นเอกลักษณ์ของชาวใต้จนเด็กหลับไป [08:22]

บทสรุปแห่งภูมิปัญญา

ประเพณีการขึ้นเปลจึงไม่ใช่เพียงแค่การวางเด็กนอนในเปล แต่เป็นพิธีกรรมที่สร้างขวัญและกำลังใจให้กับครอบครัว เป็นการประกาศรับขวัญสมาชิกใหม่เข้าสู่ชุมชนอย่างเป็นทางการ [09:18] และเป็นเครื่องตอกย้ำถึงอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมของชาวกระบี่ที่ยังคงรักษาความงดงามของวิถีชีวิตดั้งเดิมไว้ท่ามกลางโลกที่เปลี่ยนแปลง [09:39]


รับชมวิดีโอเพิ่มเติม: ประเพณีการขึ้นเปลเด็ก จังหวัดกระบี่


วันจันทร์ที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2569

ระทึกนาทีชีวิต! "บังยา" บุกจับบองหลายักษ์ 4 เมตร พุ่งกัด-ชูคอสูงท่วมหัว กลางสวนปาล์มกระบี่น้อย


กระบี่ – เมื่อวันที่ 18 มกราคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บังยา พร้อมทีมงานอาสากู้ภัย "บังยาบองหลาคิงค์" ได้รับแจ้งเหตุขอความช่วยเหลือด่วนจากชาวบ้านหมู่ 13 ตำบลกระบี่น้อย อำเภอเมือง จังหวัดกระบี่ หลังพบงูจงอางขนาดใหญ่แอบซุกซ่อนตัวอยู่ใต้กองใบปาล์มหลังบ้าน สร้างความหวาดกลัวให้กับคนในชุมชนเป็นอย่างมาก

เมื่อทีมงานไปถึงจุดเกิดเหตุ พบว่าเป็นพื้นที่สวนยางและสวนปาล์มน้ำมันสลับกับบ้านเรือนราษฎร บังยาและทีมงานได้เข้าตรวจสอบบริเวณกองใบปาล์มตามที่ได้รับแจ้ง ก่อนจะพบกับ "งูจงอาง" หรือ "บองหลา" ขนาดใหญ่ที่มีพฤติกรรมดุร้ายเป็นพิเศษ [03:01]



นาทีเผชิญหน้าสุดเดือด

ในระหว่างการเข้าจับ งูจงอางตัวดังกล่าวไม่มีท่าทีเกรงกลัวคน แต่มันกลับพุ่งเข้าหาทีมงานเพื่อโจมตีหลายครั้ง พร้อมกับชูคอขึ้นสูงแผ่แม่เบี้ยจนมีความสูงเกือบเท่าตัวคน [04:55] บังยาเปิดเผยว่า งูตัวนี้มีความยาวประมาณ 4 เมตร และมีพละกำลังมหาศาล [05:45] แม้จะใช้คนจับถึงสองคนก็ยังเกือบต้านแรงบิดของงูไม่อยู่ [10:07]

ภารกิจสำเร็จเพื่อชุมชน

หลังจากใช้ทักษะและความระมัดระวังอยู่นาน บังยาและทีมงาน "น้องโอเว่น-น้องชา" ก็สามารถสยบบองหลายักษ์ตัวนี้ลงได้สำเร็จ โดยพบว่าเป็นงูเพศผู้ที่มีสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรงดี [10:34] ท่ามกลางความลุ้นระทึกของชาวบ้านที่มามุงดู ซึ่งต่างโล่งอกที่เจ้าหน้าที่มาช่วยนำสัตว์มีพิษออกจากที่อยู่อาศัย เนื่องจากเกรงว่าจะเกิดอันตรายกับเด็กๆ ในระแวกนั้น [03:13]

บังยากล่าวทิ้งท้ายว่า "หากที่ไหนได้รับความเดือดร้อน แจ้งกันเข้ามาได้ เราพร้อมไปช่วยเหลือทุกที่เพื่อความปลอดภัยของคนในชุมชน" [13:13] ก่อนจะนำงูจงอางตัวดังกล่าวไปดำเนินการปล่อยคืนสู่ธรรมชาติต่อไป


ข้อมูลวิดีโอ: เสี้ยววินาทีแห่งชีวิต..!! โคตรบองหลาพุ่งใส่..! @กระบี่น้อย เมืองกระบี่

โดยช่อง: บังยาบองหลาคิงค์

วันพฤหัสบดีที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2569

"อนุทิน" บุกกระบี่! ประเดิมไหว้พระวัดถ้ำเสือ อ้อนขอแลนด์สไลด์ยกจังหวัด ลั่น "นายกฯ คนนี้เด็กกระบี่"


นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย พร้อมด้วยนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ แม่ทัพภาคใต้ และทีมงาน ลงพื้นที่จังหวัดกระบี่เพื่อประเดิมแคมเปญหาเสียงเลือกตั้ง โดยเริ่มต้นภารกิจเสริมสิริมงคลที่วัดถ้ำเสือ สถานที่ศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมือง เพื่อขอพรเอาฤกษ์เอาชัยหวังรักษาแชมป์กวาดที่นั่ง ส.ส. ยกจังหวัดเหมือนครั้งที่ผ่านมา

บรรยากาศการลงพื้นที่เป็นไปอย่างคึกคัก นายอนุทินได้เดินตลาดใต้ต้นปาล์มและอ่าวนาง ทักทายพ่อค้าแม่ค้าอย่างเป็นกันเอง โดยมีไฮไลท์อยู่ที่ความพยายามเข้าถึงชาวบ้าน ทั้งการลองชิมอาหารพื้นเมือง ปอกลองกองกินสดๆ และรับมอบ "พวงมาลัยสตอ" จากชาวบ้านที่นำมาคล้องคอให้แทนพวงมาลัยดอกไม้ พร้อมคำอวยพรขอให้ได้ทำงานต่อ



ในช่วงหนึ่งของการเดินตลาด เกิดโมเมนต์ที่สื่อมวลชนให้ความสนใจ เมื่อนายอนุทินปฏิเสธที่จะชิม "ส้ม" แต่เลือกซื้อและกิน "ชมพู่" แทน ซึ่งถูกมองว่าเป็นนัยทางการเมืองในช่วงโหมดเลือกตั้งที่ต้องระมัดระวังการแสดงออกที่อาจถูกเชื่อมโยงกับสัญลักษณ์ของพรรคคู่แข่ง

บนเวทีปราศรัย นายอนุทินได้กล่าวอ้อนชาวกระบี่อย่างดุเดือด โดยเน้นย้ำความสำคัญของพื้นที่ภาคใต้ที่เป็นจุดกำเนิดความสำเร็จของพรรคภูมิใจไทยตั้งแต่ปี 2562 พร้อมประกาศว่าหากชาวกระบี่ให้ความไว้วางใจเลือกพรรคยกจังหวัด ตนในฐานะว่าที่นายกรัฐมนตรีจะพร้อม "บันดาลทุกอย่างให้" แม้กระทั่งเดือนกับดาว และปิดท้ายด้วยคำมั่นสัญญาว่า "นายกฯ คนนี้คือเด็กของชาวกระบี่" หากพี่น้องสั่งอะไรตนพร้อมทำตามเสมอ

นอกจากนี้ยังมีการพูดถึงหมายเลข 37 ของพรรค โดยระบุว่าเป็นเลขมงคล (3+7 = 10 และ 1+0 = 1) ซึ่งสื่อถึงความเป็นที่หนึ่งและความสำเร็จในการเลือกตั้งครั้งนี้

ที่มา: https://www.youtube.com/watch?v=YS-un0nukmQ