สรุปข่าววิกฤตราคามะพร้าวน้ำหอมปี 2569 ชาวสวนกระบี่แบกต้นทุนไม่ไหว ตัดใจโค่นต้นทิ้งหลังราคาเหลือเพียงลูกละ 2 บาท ด้านกระทรวงพาณิชย์เตรียมตั้งล้งกลางพยุงราคาและกวาดล้างล้งนอมินีต่างชาติ
ราคามะพร้าวน้ำหอมดิ่งเหว ชาวสวนกระบี่แบกภาระไม่ไหว
สถานการณ์ ราคามะพร้าวน้ำหอม ในพื้นที่จังหวัดกระบี่เข้าขั้นวิกฤต หลังพบว่าราคาหน้าสวนตกลงมาเหลือเพียง ลูกละ 2-6 บาท เท่านั้น (จากเดิมที่เคยสูงกว่า 10 บาท) ส่งผลให้เกษตรกรในอำเภอเมืองกระบี่ตัดสินใจจ้างรถแบ็คโฮมา โค่นต้นมะพร้าวทิ้ง บนเนื้อที่กว่า 6 ไร่ รวมกว่า 300 ต้น แม้ต้นมะพร้าวจะมีอายุเพียง 6 ปีและกำลังให้ผลผลิตเต็มที่ก็ตาม
สาเหตุหลักที่ชาวสวนยอมโค่นต้นทิ้ง:
ราคาขายไม่คุ้มทุน: ค่าปุ๋ย ค่าดูแล และค่าจ้างเก็บเกี่ยวสูงกว่ารายได้ที่ได้รับ
ราคาตกต่ำต่อเนื่อง: เป็นสถิติที่ต่ำที่สุดในรอบหลายปี
การปรับเปลี่ยนพืชเศรษฐกิจ: ชาวสวนเตรียมปรับพื้นที่ไปปลูก ปาล์มน้ำมัน ที่ให้ผลตอบแทนคุ้มค่ากว่าในขณะนี้
พาณิชย์สั่งลุย! ตรวจสอบ "ล้งนอมินี" และขบวนการปั่นกระแสหยุดซื้อ
จากกระแสข่าวลือว่า ล้งมะพร้าวน้ำหอม 239 แห่ง จะพร้อมใจกันหยุดรับซื้อผลผลิตเพื่อกดราคานั้น นางสุภจี สุธัมพันธ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ยืนยันว่าจากการลงพื้นที่ตรวจสอบยังไม่พบการหยุดรับซื้อตามที่เป็นข่าว
อย่างไรก็ตาม กระทรวงพาณิชย์พบประเด็นสำคัญคือ "ธุรกิจล้งนอมินี" หรือการที่ต่างชาติใช้ชื่อคนไทยบังหน้าในการทำธุรกิจรับซื้อมะพร้าว ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด เพื่อป้องกันการเอาเปรียบเกษตรกรไทย
เปิดแนวทางแก้ปัญหาระยะยาว: "ล้งกลาง" และการคุมคุณภาพ
ในวันที่ 12 มีนาคม 2569 นี้ กรมพัฒนาธุรกิจการค้าเตรียมเรียกประชุมผู้ประกอบการรายใหญ่กว่า 20 ราย เพื่อหาทางออกร่วมกัน โดยมีมาตรการเร่งด่วนดังนี้:
จัดตั้งล้งกลาง: เพื่อเป็นช่องทางสำรองในการรับซื้อผลผลิตจากชาวสวนในราคายุติธรรม
กวาดล้างมะพร้าวปลอม: เข้มงวดกับการใช้หัวเชื้อผสมน้ำมะพร้าว เพื่อรักษาภาพลักษณ์สินค้าไทยในตลาดโลก
ตรวจสอบนิติบุคคล: ปัจจุบันมีธุรกิจมะพร้าวน้ำหอมกว่า 820,000 ราย โดยพบว่ามีต่างชาติร่วมลงทุนกว่า 120,000 ราย ซึ่งต้องตรวจสอบความโปร่งใสอย่างต่อเนื่อง
สรุปสภาวะตลาด: ปัญหาราคามะพร้าวน้ำหอมตกต่ำไม่ได้เกิดจากผลผลิตล้นตลาดเพียงอย่างเดียว แต่ยังมีปัจจัยเรื่องโครงสร้างการรับซื้อและกลุ่มทุนนอมินีเข้ามาเกี่ยวข้อง ซึ่งเกษตรกรหวังว่ามาตรการ "ล้งกลาง" จะช่วยพยุงราคาให้กลับมาคุ้มทุนได้อีกครั้ง






.jpg)
0 ความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น