วันอังคารที่ 3 มีนาคม พ.ศ. 2569

ไทยยกระดับความปลอดภัยขั้นสูงสุด! คุมเข้มรอบสถานกงสุลสหรัฐฯ-แหล่งท่องเที่ยว ยันไร้นักท่องเที่ยวตกค้างจากเหตุความขัดแย้งตะวันออกกลาง




เชียงใหม่/แม่ฮ่องสอน/กระบี่ – หน่วยงานความมั่นคงทั่วประเทศยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด หลังสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางตึงเครียดขึ้น โดยเน้นพื้นที่เชิงสัญลักษณ์และแหล่งท่องเที่ยวสำคัญที่มีชาวต่างชาติอาศัยอยู่หนาแน่น

คุมเข้มสถานกงสุลสหรัฐฯ เชียงใหม่ 24 ชั่วโมง

ที่จังหวัดเชียงใหม่ ตำรวจ สภ.แม่ปิง ได้เพิ่มความถี่ในการตรวจตราบริเวณโดยรอบสถานกงสุลใหญ่สหรัฐอเมริกาแห่งใหม่บนถนนซุปเปอร์ไฮเวย์ โดยจัดกำลังสายตรวจดูแลความเรียบร้อยตลอด 24 ชั่วโมง [00:30] ภายในสถานกงสุลมีการรักษาความปลอดภัยหลายชั้นและมีนาวิกโยธินสหรัฐฯ ประจำการอย่างแน่นหนา ขณะที่ชาวบ้านในละแวกใกล้เคียงยอมรับว่ามีความกังวลใจต่อสถานการณ์โลกที่เกิดขึ้น เนื่องจากอยู่ใกล้กับจุดยุทธศาสตร์ของสหรัฐฯ แต่ยังคงใช้ชีวิตและเปิดร้านอาหารตามปกติ [01:03]

ปาย-เกาะพะงัน เฝ้าระวังกลุ่มนักท่องเที่ยวคู่ขัดแย้ง

ที่อำเภอปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน ผู้ว่าราชการจังหวัดสั่งการให้ตำรวจเพิ่มมาตรการดูแลความปลอดภัยนักท่องเที่ยวชาวอิสราเอลและอิหร่านที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เดียวกัน [02:07] โดยมีการกระจายกำลังเจ้าหน้าที่แฝงตัวดูแลตามย่านที่พักและศาสนสถานของชาวอิสิวอย่างใกล้ชิด เช่นเดียวกับที่เกาะสมุยและเกาะพะงัน จังหวัดสุราษฎร์ธานี ที่มีการบูรณาการกำลังตำรวจท่องเที่ยวและชุดรักษาความปลอดภัยเข้าตรวจเยี่ยมจุดรวมกลุ่มของชาวอิสราเอลเพื่อป้องกันเหตุไม่คาดฝัน [02:37]

กระบี่เคลียร์ชัด "ไร้นักท่องเที่ยวตกค้าง" สนามบิน

ด้านจังหวัดกระบี่ พล.ต.ต. สุขเกษม นครวิลัย ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดกระบี่ เปิดเผยว่า หลังจากมีการยกเลิกเที่ยวบินจากตะวันออกกลาง ทางตำรวจได้ประสานงานกับตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) และสายการบิน เพื่ออำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยวที่ตกค้าง โดยมีการส่งตัวไปพักตามโรงแรมต่างๆ ในพื้นที่อ่าวนางจนหมดสิ้นแล้ว [03:29]

นอกจากนี้ ยังได้ผ่อนปรนมาตรการกวดขันจับกุมผู้ที่วีซ่าหมดอายุเนื่องจากเหตุสุดวิสัยที่ไม่สามารถเดินทางกลับประเทศได้ พร้อมสั่งการให้พื้นที่อ่าวนางเพิ่มความถี่ในการตรวจตราบุคคลและสถานที่เชิงสัญลักษณ์เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยวในพื้นที่ [04:10]


ที่มา: ชาวบ้านรอบสถานกงสุลใหญ่ฯ​ หวั่นสถานการณ์ | ห้องข่าวภาคเที่ยง


 


0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น